งานนี้มีหน้าเดียวจ้า
สวัสดีครับ วันนี้เอาทริปดีๆอีกทริปมาฝาก เป็นทริปท่องเที่ยวฟาร์มโชคชัย ผมไปมาเมื่อปีใหม่ 2007 นี่เอง จริงๆก่อนหน้านี้ผมเคยไปเที่ยวมาแล้วครั้งนึง คราวนี้ก็พาพ่อ แม่ พี่ น้อง ไปด้วยกัน โดยขับรถไปกันเอง เราออกเดินทางแต่เช้า เพราะว่ามั่นใจมากว่า รถจะต้องติดมากแน่นอน และก็เป็นตามที่คิดไว้ รถติดเกือบตบอดทางกว่าที่เราจะไปถึงฟาร์มก็ปาเขาไป 11.00 น. แล้ว

ที่ฟาร์มโชคชัยนี้เขาจะให้เราซื้อตั๋วเป็นรอบครับ เหมือนรอบหนังยังงั้นแหละ โดยที่ระหว่างที่รอยังไม่ถึงรอบ เราก็สามารถไปนั่งกินเสต็ก เบอร์เกอ หรือไอศครีม นมสด หรือแม้แต่กะหรี่ปั๊บ มีไว้รอให้เราได้ลิ้มลิงรสชาติ บรรยากาศที่นี่จะจเน้นัดแบบคาวบอย สำหรับผมแล้วมาถึงช่วงนี้ก็รีบจองตั๋วเลยทันทีคนละ 200 บาท โชคดีที่ช่วงนี้คนยังไม่เยอะมากเราเลยได้รอบต่อไปทันทีไม่ต้องนั่งรอนาน เมื่อถึงเวลาจะมีเจ้าหน้าที่ประกาศเรียกให้เราเข้าไปตามทางเข้าเพื่อให้เราเข้าไปสู่ห้องแรกของการเริ่มต้นทัวร์ ที่ห้องนี้จะมีเจ้าหน้าที่มาแจกกระเป๋าห้อยคอเล็กๆ เอาไว้ใส่ของจุกจิกได้และยังเอาไว้เป็นสัญลักษณ์กลุ้มด้วย โดยแต่ละกลุ่มที่เข้าไปจะสีไม่เหมือนกัน เหมาะสำหรับการตามตัวนักโทษ..เอ้ย..นักท่องเที่ยว จากนั้นจะมีเจ้าหน้าที่เข้ามาแนะนำตัวและอธิบายกฏในการเข้าชมฟาร์ม เมื่อจบการพูดคุยกันเล็กน้อยแล้ว เจ้าหน้าที่จะเปิดวีดีโอให้เราชมประวัติของฟาร์ม ตั้งแต่สมัยแรกๆว่าเป็นมาอย่างไรจนมีทุกวันนี้ได้

หลังจากที่พวกเราดูวีดีโอจนจบแล้ว เจ้าหน้าที่ก็พาเราเดินออกจากห้องตามทางเพื่อเตรียมเข้าชมภายในฟาร์ม ในขั้นตอนนี้เราต้องเดินผ่านในส่วนน้ำยาฆ่าเชื้อเพื่อฆ่าเชื้อที่ติดมากับตัวเรา โดยเขาจะมีเครื่องพ่นละอองยาและเดินเหยียบพรมน้ำยา สุดท้ายก็คือเอามือล้างน้ำยาฆ่าเชื้อ ก็เป็นอันเสร็จสิ้นพิธี เมื่อพร้อมกันทุกคนแล้ว เจ้าหน้าที่จะพาเราไปชมยานภาหนะ พวกรถรุ่นแรกๆของฟาร์มที่เก็บไว้และได้อธิบายประวัติความเป็นมาทั้งหมด เมื่ออธิบายประวัติความเป็นมาเสร็จแล้ว ก็จะพาเราไปชมวิธีการหลอกเอาน้ำเชื้อจากโคตัวผู้ เพื่อเก็บน้ำเชื้อไว้ผสมพันธ์กับโคเมีย ภายในห้องแสดงเมื่อเราเดินเข้าไปเราจะพบกับแม่พันธ์โคตัวใหญ่มากๆ ถูกล๊อคกับเครื่องให้ยืนอยู่กับที่ จากนั้นซักพักเมื่อเจ้าหน้าที่ได้อธิบายทุกอย่างจบแล้ว ก็จะมีเจ้าหน้าที่อีกคนนึงพาพ่อพันธ์โคตัวใหญ่ๆออกมาจากห้องพัก.. ตัวใหญ่มากจริงๆครับ และหลังจากนั้นก็เข้าสู่กระบวนการของธรรมชาติ มันจะเป็นยังไงบ้างอยากรู้ต้องแวะมาชมเอาเองนะครับ อธิบายไม่ได้เดี๋ยวโดน กบว. เซนเซอร์ ^^

เมื่อเสร็จจากกิจกรรมตรงนี้แล้ว เราก็จะเดินออกมาจากห้องและข้ามไปอีกฝั่ง เพื่อชมการสาธิตการรีดน้ำนมจากแม่โค ที่นี่เราจะได้เห็นเทคโนโลยีการเก็บน้ำนม โดยจะมีเครื่องดูดๆเอาไปติดที่นมของโคแล้วมันจะทำการรีดน้ำนม ออกมาใช้เวลาแป็บเดียวเอง...และที่นี่แหละเขาจะให้เราลองไปนั่งรีดนมโคด้วยตัวเอง ในครั้งก่อนที่ผมมา ผมได้มีโอกาสลงไปรีดด้วยตัวเองมาแล้ว อธิบายไม่ถูกเหมือนกันว่ารู้สึกยังไง มันหยุ่นๆมือพิกลดีครับ ครั้งนี้มาอีกครั้งผมก็เลยปล่อยให้คนอื่นๆได้มีโอกาสลองบ้าง เพราะเขารับอาสาสมัครแค่ 5 คนเอง

เสร็จจากการรีดนมโคแล้ว เจ้าหน้าที่จะพาเราไปที่อีกห้องเพื่อดูกระบวนการผลิตโอศครีมภายในห้องจะมีการกั้นแบ่งเป็นสองฝั่ง ฝั่งแรกคือฝั่งที่เจ้าหน้าที่ปฎิบัติการ ส่วนอีกฝั่นคือฝั่งที่ให้พวกเรานั่งชมโดยมีกระจกกั้นกลางระหว่างทั้ง 2 ห้อง เมื่อชมเสร็จแล้วเจ้าหน้าที่ก็จะมีไอศครีมให้เราลองชิม ย้ำว่าชิมจริงๆนะครับ ได้คนละหนึ่งอั้ม...พอเป็นกระสัยให้เราอยากเพื่อจะได้ไปซื้อกินเอง ^^"





ป้ายบอกทาง


ร้านขายของฝาก


จากลานจอดรถเดินมาก็จะเห็นร้านขายของมากมาย


อื้มมม!! มิลค์ แบรนนมตัวใหม่แทนนมโชคชัยของฟาร์ม


ถัดมาก็มีร้านขายของกินเยอะแยะไปหมด


อยากจะแวะทานเสต็กอร่อยๆก่อนก็ได้นะระหว่างรอเวลาชม



จุดขายตั๋วเข้าชม ที่นี่เจ้าหน้าที่ทุกคนยิ้มแย้มด้วยความจริงใจ


เจ้าหน้าที่ต้อนแขกทุกคนเข้าห้องชมวีดีทัศน์



บัง บัง เจ๊ บัง คนจะถ่ายรูป เหอะๆ


จากนั้นก็เดินผ่านโซนฆ่าเชื้อ


อาคารแรกที่มองเห็น


รถเก่าๆตั้งแต่สมัยเริ่มฟาร์ม


พร้อมคำอธิบายแต่ละคัน


มาแล้วๆ แม่พันธ์ขาวอวบ


ซักพักพ่อพันธ์ก็ถูกพามา..แม่หนูจ๋าเป็นของพี่เถอะ


วินาทีแห่งชีวิต อย่ากระพริบตาเชียวล่ะ


โรงรีดนมโค ระวังให้ดีถ้าโคยกหางสูงๆละก็ ตัวใครตัวมัน..
เพราะที่จะออกมาจะไม่ใช่นมโค


เครื่องรีดนมโค


เตรียมตัวเข้าก้องสาธิตการทำไอศครีม


มัวไปนิด..ภายในห้องชม


อีกฝั่งกำลังทำไอศครีมกันอย่างเมามันส์


รถลากพาเราเข้าชมภายในฟาร์ม



หลังจากทุกคนเดินขึนรถลากกันเรียบร้อยแล้ว เจ้าหน้าที่ก็จะพาเราเข้าไปชมบริเวณภายในทั้งหมด ที่นี่อากาศดีมากๆ(ยกเว้นบริเวณโรงเลี้ยงโคนะ ตรงนั้นกลิ่นอึโคแรงมาก อย่าเผลอหายใจเข้าเต็มปอดล่ะ) ที่นี่เขามีการวิจัยว่าโคควรจะกินหญ้าแบบไหน และมีการปลูกหญ้าแบบต่างๆเพื่อเก็บไว้เป็นอาหารของโคพันธ์ที่นี่ บริเวณที่ปลูหญ้านั้นกินพื้นที่กว้างขวางมาก ระหว่างทางก็มีต้นไม้ต้นใหญ่ ต้อนเล็ก ขึ้ยเต็มไปหมดทั้งสองข้างทาง อากาศเย็นสบาย มีลมพัดตลอด ซักพักรถลากก็จะพาเรามาถึงจุดอีกจุด เพื่อชมการแสดงคาวบอย และที่นี่เองก็จะมีกิจกรรมให้เราทำเยอะแยะ เช่น ขี่ม้า ขับรถ ATV และมีซุ้มให้เล่นเกมส์อีกมากมาย แต่ว่าต้องจ่ายเงินเพิ่มต่างหากนะ สำหรับผมก็ไปขับรถ ATV ดีกว่า ดูแล้วเขามีบริเวณให้เราขับได้กว้างดี เมื่อขับรถ ATV เสร็จแล้วเราก็เดินชมสวยต้นแก้วมังกร และทุ่งทานตะวัน เพื่อถ่ายรูป

ซักพักเมื่อได้เวลาที่สมควร เจ้าหน้าที่ก็จะเรียกให้เราขึ้นรถลากเพื่อเดินทางไปอีกจุดนึง เป็นการแสดงสัตว์แสนรู้ครับ ผมชอบโซนนี้ที่สุดนะ เพราะเราได้้ดูการแสดงละครสัตว์ น้องๆหมาที่นี่น่ารักมาก แสดงเก่งกันทุกตัว เมื่อการแสดงเสร็จสิ้น อย่าพลาดเดินต่อเข้าไปอีกนิด เป็นสวนสัตว์เปิด มีกวางเินไปเดินมาให้อาหารได้ และก็ยังมีสัตว์อีกหลายๆตัว พอให้เราได้พักผ่อน ถึงจะไม่กว้างมากเท่าไหร่แต่ผมก็ชอบนะ ได้ให้อาหารกวางใกล้ๆเลย ได้ลูบหัว น่ารักดี แถมยังได้ลองให้นมลูกโคด้วย มันดูดไม่ยอมปล่อยเลย ^^ สำหรับคนที่ไม่ชอบเดินสวนสัตว์อีกฝั่งนึงของการแสดงก็มีพิพิธภัณของคุณโชคชัย มีของเก่าๆให้เราได้ชม และด้านนอกก็มีม้าแคระให้เด็กมาขี่เล่นได้ด้วย

จุดนี้จะเป็นจุดสุดท้ายของกิจกรรมทั้งหมด จากนั้นเมื่อถึงเวลาเจ้าหน้าที่จะเรียกพวกเราขึ้นรถลาก และกลับไปสู่จุดเริ่มต้น เป็นอันเสร็จสิ้นกิจกกรมของฟาร์ม จากนี้ก็ตัวใครตัวมันครับ ^^ โดยความเห็นส่วนตัวผมว่าเมื่อเทียบกับราคาค่าเข้าชมแล้วผมถือว่าเหมาะสมครับ น่าเสียดายที่ได้ชิมไอศครีมแค่คนละคำ ถ้ามากกว่านี้กน่อยก็น่าจะดี และเมื่อเทียบกับช่วงที่เคยไปครั้งก่อนกับครั้งนี้แล้ว แนะนำว่าอย่าไปช่วงเทศการจะดีที่สุดครับ เพราะช่วงเทศการเวลาในการชมแต่ละจุดจะถูกบีบให้สั้นลงครับ แต่ก็ไม่ได้บีบจนเราไม่เหลือเวลานะครับ ก็ยังถือว่าเพียงพอต่อการชมครับ

นม..อืมม!มิลค์


บรรยากาศระหว่างที่นั่งรถลาก


อันนี้ภายในรถลากครับอากาศดีไม่ร้อนนะ


ลานตรงนี้เอาไว้ปลูกหญ้าแก่ให้โคกิน..ส่วนหญ้าอ่อน หุ หุ(เรากิน)


เริ่มเข้าสู่บริเวณทุ่งทานตะวัน


จุดพักมีเกมส์มากมายให้เลือกเล่น


มองหาดีๆจะเจอพนักงานน่ารักๆ ^^"


เตรียมชมการแสดงคาวบอย
ตรงนี้เป็นทางเข้าออกของนักแสดง



คาวบอยออกมาแนะนำตัว และอธิบายประโยชน์ของชุดที่ใส่
จริงๆมีคาวเกอร์มาแสดงควงปืนให้ดูด้วยนะ



แสดงการจับลูกโคด้วยเชือก..ง่ายกว่าเขียนเสือให้โคกลัว


ฉากหลังทำเป็นหมู่บ้านคาวบอย


สนามขับขี่ ATV สนุกๆผมชอบ


เข้าสู่ดงต้นแก้วมังกร


มากมายยาวเหยียด..


ก้อนฟาง..เก็บไว้เพื่อรอเป็นอาหารโค..เคยสงสัยว่ามันม้วนได้ยังไง
มาดูใกล้ๆถึงรู้ว่ามันมีเชือกเล็กๆพันมัดอยู่ด้วย


ทุ่งดอกทานตะวันสวยๆๆ


มาดูใกล้ๆ


อันนี้เครื่องเก็บฟางมาม้วนเป็นก้อนๆ..


มาดูกันชัดๆอีกครั้ง แต่น แต๊นนนน


รอบบริเวณจะมีเครื่องเล่นให้เล่นได้


กระดานกระดก..นั่งได้ 4 คน


มีขายน้ำจากต้นข้าวสาลีอ่อนด้วยชิมแล้ว
รสชาติปะแล่มๆ


โคล้า..แต่ไม่เหมือนปลาร้า


การแสดงสุนัขแสนรู้ หมากระโดดเชือก


น่ารักๆ ทั้งน้านน


แว็บ..มาดูสวนสัตว์กันดีกว่า


ระหว่างเดินชมสวนสัตว์ก็ซื้อไอศครีมกินไปด้วย


เด็กๆกำลังให้อาหารกวาง


ดูใกล้ๆน่ารักมาก


ให้นมโค..โคกัดแน่นมากนึกแล้วสงสารแม่โค


มอ มอ ขอนมอีกหน่อยกร๊าบบ


ม้าแคระ..เวลาขี้หูเต็มให้เรียกใช้บริการ(เอ๊ะ!!~มุขเก่า)


นี่ก็...แมวน้ำครับ (อูฐ!!!)


:: Copy Left 2005 by Kapom.com ::