หน้า [1] 2 3 4

เย้ๆ ดีใจจริงๆหลังจากไม่ได้ update เรื่องราวท่องเที่ยวมานานเนื่องจากงานยุ่งๆมากๆ นี่ก็ยังค้าง อยู่อีกตั้งหลายทริป ที่ยังไม่ได้เขียน ยังไงขะพนายามหาเวลามา update นะคร๊าบบ อย่าเพิ่งลืมกันนะ และที่ทำให้ผมดีใจมากยิ่งกว่าก็คือ ในที่สุดฝันของผมก็เป็นจริงเมื่อผมได้มีโอกาส update ทริปท่องเที่ยวต่างแดนในเว็บผมซะที เมื่อก่อนก็เคยคิดว่าทริปต่างแดนทริปแรกของเว็บงผมคงจะเป็น พม่า ลาว ซะอีก 555 มาเข้าเรื่องกันเลยดีกว่า ทริปนี้เกิดจากความบังเอิญที่ต้องไปดูงานที่ฮ่องกงครับ ตอนแรกคั้งใจจะไปแค่ 3 วัน2 คืน เพื่อไปดูงานและเที่ยวนิดหน่อยเพราะตั้งใจว่าจะไปคนเดียว แต่พอคุยกับเพื่อนสนิทแล้วก็ได้ความว่าเพื่อนจะไปด้วย และบอกผมว่าไหนๆก็ไปทั้งทีแล้วก็ไปหลายๆวันหน่อย สุดท้ายผมก็เลยตัดสินใจไปกันกับเพื่อน 3 คน เป็น 5 วัน 4 คืน โดยจะพักในตัวเมืองฮ่องกง2คืนแถวๆจอร์แดน ใกล้ๆกับย่านจิมซาจุ่ยที่หลายๆคนไปฮ่องกงก็ต้งมาเดินเที่ยวย่านนี้ และอีก 2 คืนจะไปพักที่ฮ่องกงดิสนีย์แลนด์ แต่เรื่องราวจะหนักไป 3 วันแรกมากกว่าอีก 2 วันหลังจะไม่ค่อยได้ไปไหนเพราะไปดูงาน

ในวันเดินทางผมนัดเจอกับเพื่อนตั้งแต่ตี 5 เนื่องจากเครื่องจะออกจากสุวรรณภูมิตอน 8 โมงเช้า เลยต้องไปเช็คอินก่อนล่วงหน้า 2 ชั่วโมงซึ่งก็คือ 6 โมงเช้า แต่ก็นัดกันมาเจอกันก่อนเร็วๆ กลัวหลับเพลินลืมตื่น เนื่องจากเป็นการไปต่างประเทศครั้งแรก ก็เลยจะดูตื่นๆไปหน่อยสำหรับเราทั้ง 3 คนเพราะไม่มีใครหวังพึ่งใครได้ แต่ก็ช่างมัน เอาวะเด็กบ้านนอก 3 คนจะได้ไปต่างแดนกับเขาบ้าง เนื่องจากผมได้บัตรเข้าไปพักที่ Lougne ของ King Power เมื่อเช็คอินและโหลดกระเป๋าเสร็จแล้ว พวกเราก็เดินเข้าไปข้างในและเดินดูของใน King Power นิดหน่อย (แอบบ่นนิดหน่อย ไม่เห็นมันจะถูกกว่าข้างนอกเลย อันนี้ผมดูพวกอุปกรณ์อิเลกทรอนิคนะครับ) หลังเดินไปซักพักเริ่มเบื่อบวกกับง่วงมากด้วย ก็เลยเดินไปที่เลาจ์ของ King Power และก็เข้าไปพักในนั้น หาอะไรทานเล่นแก้ง่วง ของกินที่นี่อร่อยดีครับ อร่อยกว่าหน้าตาที่เห็นพอสมควร กินซักพักไม่ไหวละ ความง่วงมันครอบงำซะแล้ว ก็เลยนั่งหลับกัน แต่ก็ไม่ลืมตั้งนาฬิกาปลุกไว้ด้วย

เมื่อได้เวลาแล้วพวกเราก็เดินไปเพื่อขึ้นเครื่องบิน อ้อ ลืมบอกไปเลยว่าผมไปกับสายการบินฮ่งกงเอกเพรสแอร์ไลน์ครับ เมื่อขึ้นเครื่องแล้วก็นั่งคุยกันซักพัก เมื่อเครื่องเริ่มบินไปได้ซักพักก็มีอาหารมาแจก แอร์โฮสเตสน่ารักมากครับ โอ้วววๆๆๆ อยากจะอยู่บนนี้ตลอดไปเลย แอบถ่ายรูปเขามาด้วย เขิ๊น เขิน อ้อ และก็ลืมบอกอีกอย่างนึงก็คือ ทักษะทางภาษาอังกฤษของผม ด้อยมากครับ 555 เมื่อแอร์โฮสเตสมาถึงเขาก็ถามผม "@#%$% Pork #@$@ Suasage @#!@#" อืม...หูผมได้ยินแค่ pork กับ sausage เพื่อผมเหมาไปก่อนเลยเอา sausage ส่วนผม นึกในใจ pork นี่มันหมูนี่นา แต่ว่ามันเอาไปทำอะไรหว่าฟังไม่ทัน...เอ๊ะ..ไม่แน่อาจจะเป็นเสต็กหมูก็ได้ ผมก็เลยตอบไปว่า "Pork" (ด้วยความมั่นใจ จริงๆแล้วช่วงเวลาที่เกิดขึ้นมันแป็บเดียวเอง แต่ช่วงเวลาในความคิดของผมมันช่างนานจริงๆ)

แล้วอาหารก็มาเพื่อนผมก็ได้ sausage สมใจอยากน่ากินมามีมันบดด้วย ส่วนของผมเมื่อเปิดฟลอยด์ออกมาดู โด่..นี่มันข้าวผัดหมูนี่นา หน้าตาไม่น่าอร่อย ส่วนรสชาติ..อืม..ไม่ถูกปากผมจริงๆด้วย มันออกจืดๆมากกว่า แอบอิจฉาเพื่อนที่สั่งไส้กรอก ดูกินอร่อยมาก ระหว่างนั้นแอร์โฮสเตสก็เอาเครื่องดื่มมาแจก เห็นไวน์ด้วยแต่บ้านนอกอย่างผมไม่รู้ว่าเขาจะคิดเงินหรือเปล่าก็เลยเอาน้ำมาตรฐานของเขาละกัน กินเสร็จแล้วก็ได้เวลานอนพัก โอ้ว..ท้องฟ้าช่างสดใสอากาศดีจริงๆ เราใช้เวลาเดินทาง 3 ชั่วโมง แต่เนื่องจากเวลาที่ฮ่องกงจะเร็วกว่าเมืองไทย 1 ชั่วโมง ดังนั้นเครื่องจะไปถึงฮ่องกงตามเวลาท้องถิ่นที่เที่ยงตรง

เมื่อเครื่องลงจอดเราก็เห็นจากหน้าต่างเครื่องบินแล้วว่าฝนกำลังตก ตอนจะลงเครื่องก็จะมีการแจกเสื้อกันฝนแบบpackเล็กๆให้คนละห่อ เพื่อสวมกันฝน เดินลงเครื่องแล้วก็มีรถมารับเพื่อนนำเราไปสู่ terminal อีกทีนึง ในใจเริ่มเซ็งแล้วมาถึงฮ่องกงก็ฝนตกเลย เมื่อไปถึง terminal แล้วทุกคนก็เดินกันกระฉับกระเฉงมีเจ้าหน้าที่คอยยืนบอกอะไรซักอย่าง(แต่ฟังไม่ออก - -") มีแต่ไอ้บ้านนอก 3 ตัวนี่แหละ กำลังยืนงงๆว่าจะเอายังไงกับชีวิต จะต้องทำอะไรจะเดินไปทางไหนดี คิดอะไรไม่ออกก็เลยเดินเดาๆกันไปต่อแถวที่คนอื่นต่อกัน ตรงนี้เป็นจุดตรวจคนเข้าเมืองนั่นเอง โดยปกติเขาจะแบ่งช่องฝั่งคนของประเทศนั้น กับช่องคนต่างชาติ โชคดีมากที่พกผมเดินไปเข้าช่องคนต่างชาติพอดี 555 (ตม. ของฮ่องกงค่อนข้างหน้าตาไม่รับแขกเลยครับ ถ้าเข้าผิดช่องจะโดนจับไปยิงเป้าไหมเนี่ย คิดแล้วสยอง) โชคดีอย่างนึงที่ทางเอเจนท์ที่เราจองตั่วกับที่พัก เขาเขียนใบเข้าเมืองและเตรียมเอกสารหลายๆอย่างให้เราไว้หมดแล้ว ไปถึงผมก็ยื่นชุดหนังสือ passport กับเอกสารทั้งหมดให้เขาไปเลย (อยากได้อะไรก็เลือกเอาตามใจชอบเลยเพ่ เอิ๊กๆๆ) ผ่านจุดนี้ไปได้ก็ไปเจอจุดต่อไป (เหมือนเล่นเกมส์อะไรซักอย่าง) ตอนนี้เราต้องเดินไปรับกระเป๋า ที่สนามบินฮ่องกงนี้เขามีจุดรับเยอะมากๆครับ

โชคดีที่ผมพอจะจำที่เจ้าหน้าที่ตอนเราเข้ามาใน terminal พูดไว้ได้ ผมพอจับใจความในหัวอีกทีก็จะพบประโยคที่พูดถึงหมายเลขช่องรับกระเป๋า เลยเดินไปรอรับกระเป๋าตามช่องที่ได้ยินผ่านๆหู ไปยืนรอกระเป๋าวนไปวนมาซะหลายรอบ....กระเป๋าตูหายไปไหนฟระ...ซวยละ... ยืนจนกลุ้ม ไม่รู้ทำยังไง กระเป๋าบางันก็วนไปวนมาหลายรอบแล้วของเราก็ยังไม่มา เลยตัดสินใจเดินไปดูช่องกระเป๋าออก ว่าจะมีกระเป๋าออกมาอีกไหม เมื่อเดินวนไปอีกฝั่งก็เลยพบว่า ไอ้....ตัวไหน มันหยิบเอากระเป๋าเราออกมาวางไว้ข้างล่างฟระ..ไอ้เราก็ยืนรอยู่อีกฝั่งตั้งนาน นึกว่ากระเป๋าจะหายซะละ ได้กระเป๋าแล้วก็โล่งอก

แล้วปัญหาต่อไปก็คือ เราจะต้องไปหาเคาท์เตอร์เพื่อจะยื่นเอกสาร ขึ้นรถรับส่งไปที่พักของเรา ก็เดินหากันต่อไป แต่คราวนี้หาไม่ยากเท่าไหร่ก็เจอ เมื่อยื่นเอกสารทั้งหมด ก็นั่งรอประมาณ 15 นาทีจะมีเจ้าหน้าที่เดินมา บอกให้เราเดินตามไป (จะเอาผมไปขายอวัยวะหรือเปล่าน้อ..) เดินไปถึงอีกจุดนึง เป็นจุดที่เราจะขึ้นรถรับส่ง พวกผมนั่งรออยู่ตรงนี้ประมาณ 1 ชั่วโมง กว่ารถจะมารับ แล้วก็ขึ้นรถไปเพื่อไปโรงแรมพรูเดนเชียล ตั้งที่ถนน Jordan ซึ่งใต้โรงแรมนี้เป็นทางเข้าอุุโมงค์รถใต้ดินเลยครับ ทำให้การเดินทางไปไหนค่อนข้างสะดวกทีเดียว ห้องพักที่นี่สำหรับผมแล้วถือว่าดีกว่าที่คาดคิดไว้เยอะพอสมควร แต่ห้องที่นี่เย็นตลอดเวลาเลยครับ ไม่รู้จะปรับลดความเย็นกันยังไงมันก็ยังเย็นทั้งคืน 55 เพื่อนผมก็บ่นๆ อะไรว้า..ปิดแอร์แล้วก็ยังหนาวทั้งคืน


ภายในเลาจ์ของ King Power มีขนมนมเนยอร่อยๆเพียบเลยครับ


มีที่นั่งและที่ให้เอนนอนเพียบเลยครับ คนไม่ค่อยมีก็เสร็จพวกโจรอย่างผม กินแล้วก็นอนรอเวลาเครื่อง


มุมนี้เอาไว้ดูทีวีได้ครับ บรรยากาศจะสลัวๆนิดหน่อย อากาศเย็นๆ เหมาะแก่การนอนอย่างยิ่ง


ใครอยากใช้อินเตอร์เน็ตก็มีให้ใช้ด้วยนะ


อดใจไม่ไหว ขอกินก่อนเลย อั๊ม...อื้ม..อร่อยมากครับ ขอต่ออีกก้อนเลย


ไหนชิมโจ๊กซิ เดี่ยวเอาไปเทียบกับโจ๊กที่ฮ่องกง โอ้ว..อร่อยมาก


ได้เวลาเครื่องออกแล้ว ต้องเดินไปขึ้นเครื่อง


บรื่นๆๆๆ เครื่องออกแล้วจ้า...


มาถึงคิวอาหารบนเครื่องบ้าง ยังอิ่มจากที่ King Power อยู่เลย


อย่างแรกคือ ชุดไส้กรอกครับ อันนี้เพื่อนผมสั่ง


ส่วนชุดของผม ได้ยินอะไร porkๆๆ นึกว่าเสต๊คหมู ได้ข้าวผัดหมูรสชาติจืดชืดมาครับ T-T


โฮสเตสน่ารักมากครับ อยากขอถ่ายรูปแต่เขินเลยแอบถ่ายมาละกัน อิ อิ


กลับมาดูวิวบนท้องฟ้าอีกครั้ง ฟ้าใสสวยเชียว แบบนี้อากาศที่ฮ่องกงน่าจะดี


ปีกเครื่องบินเท่เชียว


เครื่องลงแล้ว อ๊ะ..ฝนตกนี่นา ตอนบินละอากาศดีเชียว ไหงถึงฮ่องกงฝนตกเลย


ตอนลงก็มีเจ้าหน้าที่มาแจกเสื้อกันฝนครับ ได้ไปคนละตัว


ลงเครื่องแล้วก็ต้องรีบวิ่งไปขึ้นรถบัส


บรรยากาศภายในรถบัส


ผ่านด่านตรวจคนขเ้าเมืองมาแล้ว ตอนนี้อยู่ภายในสนามบินฮ่องกง


ได้ตั๋วรถรับส่งไปกลับสนามบินกับโรงแรมแล้ว เย้ๆ


แล้วก็มานั่งรอรถเกือบชั่วโมง ง่วงเหลือหลาย


รอครบชั่วโมงคนอื่นเขาไปกันหมดแล้ว ก็ตาเรามั่ง


นั่งรถไปก็มองวิวไปเรื่อยๆ ตื่นตาตื่นใจมาก บ้านนอกก็แบบนี้แหละครับ เหอๆ


ถ่ายวิวนอกหน้าต่างรถ ที่ฮ่องกงนี่ตึกสูงๆเต็มไปหมด


แบบตึกเก่าๆก็มีนะครับ


เริ่มเข้ามาในเมืองแล้ว


2 คืนแรกเราพักที่นี่ครับ


บรรยากาศหน้าโรงแรม


ทางเดินภายในโรงแรม


ภายในห้องพักครับ สวยงามดีมาก


เอาห้องน้ำมาให้ดู ตรงที่อาบน้ำก็เป็นอ่างอาบน้ำ


อีกมุมในห้องนอนมีมีวีจอใหญ่ และเคาท์เตอร์เอาไว้นั่งทำงานได้ครับ


มองจากหน้าต่างห้องพักลงมา


โต๊ะหัวเตียงมีกระดาษจดกับนาฬิกาให้ด้วย


นาฬิกา 3 ช่องดูไม่เป็นครับ งงๆ บ้านนอกอีกแล้วเรา T-T

เมื่อพวกผมเก็บข้าวของเสร็จแล้ว ก็ได้เวลาไปเดินเล่นกันซะที มาดูกันซิว่าฮ่องกงจะต่างจากกรุงเทพยังไง(ผลคือ ต่างกันราวฟ้ากับดินเลยครับ เมืองเขาสะอาดและเป็นระเบียบกว่าเยอะจริงๆ ) วันนี้ผมมีแผนว่าจะไปที่ Avenue Of Star และไปรอดู Symphony of Light พวกก็เดินจากย่าน Jordan ไปเรื่อยๆ เพื่อไปที่จิมซาจุ่ย เดินสบายๆครับอากาศกำลังดีช่วงนี้ ผมเตรียมชุดมารับ Summer เต็มที่ ปรากฏว่าอากาศเย็นครับ- -" (จงอย่าเชื่อใจอากาศเมืองไทยเทียบกับเพื่อนบ้านนะครับ) มาถึงตอนนี้เราก็จะหาร้านอาหารทานกันก่อน เพราะจากมื้อบนเครื่องบินแล้วเราก็ยังไม่ได้ทานอะไรกันเลย ก็เดินๆกันจนตัดสินใจไปทานอยู่ร้านนึงชื่อร้านกวางดง (ร้านนี้เมื่อกลับมาอ่านในเน็ตได้ความว่าเมนูมีแบบจีนกับไทย ราคาเมนูไทยแพงกว่าครับ เหอๆ มาถึงก็โดนไปหนึ่งดอก) แต่ว่าอาหารร้านนี้อร่อยมากครับ ก็ถือว่าคุ้มเงินที่จ่ายไป หมูแดงเฉยๆยังอร่อยสุดยอดเลยครับ และแต่ละเมนูอาหารจานใหญ่มากๆครับ 1 จานที่นี่ถ้าเป็นผู้หญิงก็แบ่งกันกินได้ 2 คนอิ่มๆเลยครับ

หลังจากอิ่มแล้วก็เดินกันต่อไปที่ Avenue Of Star ที่นี่จะเป็นจุดที่ติดทะเล จะมีลมทะเลเย็นๆสบายๆ และในบริเวณนี้จะมีรอยประทับมือของดาราชื่อดังหลายๆคนอยู่ พวกเราก็ไปเดินเล่น ถ่ายรูปไปตามทางไปเรื่อยๆ จะหารอยมือของเฉินหลงซะหน่อย หาไม่เจอ...พอเริ่มมืดก็เดินไปเตรียมรอชม Symphony of Light ซึ่งใครๆก็ว่าถ้ามาก็ควรมาดูซะหน่อย ช่วงที่นั่งรอการแสดงฝนก็เริ่มตกลงมาอีกครั้งเบาๆ ทำให้อากาศเย็นมากๆครับ ชุดรับ Summer ของผมเริ่มรับไม่ไหว หนาวจริงๆครับ 555 รอกันนานพอสมควร เมื่อการแสดงเริ่มขึ้นผมก็ยายามถ่ยรูปเต็มที่ เนื่องจากไม่ได้เอาขาตั้งกล้องมาเลยต้องพยายามทำมือให้นิ่งที่สุด ก็ได้รูปมาเท่าที่เห็นนี่แหละครับ ผมพยายามเต็มที่แล้วครับ T-T

เมื่อจบการแสดงพวกเราก็เดินกลับ ตอนนี้ยังไม่หิว แต่ด้วยความง่วงและขี้เกียจจะต้องออกไปหาอะไรกินอีก ก็เลยตัดสินใจว่าลองไปนั่งกิน Macdonal ที่ฮ่องกงกันดูว่าจะมีอะไรไม่เหมือนบ้านเราบ้างกินอะไรง่ายๆไม่ต้องเยอะ และก็แวะซื้อเครื่องดื่มไปนั่งกินด้วย แล้วก็เดินไปเรื่อยๆดูร้านค้ายามค่ำคืนกลับโรงแรม ตกดึกรู้สึกยังไม่อยากเข้านอน ก็เลยออกมาเดินหาอะไรทานเล่นรอบๆโรงแรมที่พัก เดินไปเดินมาเจอร้านอยู่ร้านนึง หน้าร้านมีป้ายอาหารโชว์อยู่เป็นชามข้างในมีอาหารสีขาวๆ โรยด้วยเครื่องแบบต่างๆ ในใจคิดว่านี่ไงโจ๊ก...ใครๆก็บอกเราว่ามาฮ่องกงต้องกินโจ๊กฮ่องกง เลยลากเพื่อนเข้าไปนั่งกันทันที ทั้ง 3 คน 6 ตา มองเป็นโจ๊กเหมือนกันหมด พอเข้าไปนั่งปรากฏว่าเป็นร้านก๋วยเตี๋ยวครับ ป้ายด้านหน้ามันสว่างๆ เส้นก๋วยเตี๋ยวสีขาวๆเลยดูเหมือนเป็นโจ๊ก ปั๊ดโธ่เอ้ย...นึกว่าจะได้กินโจ๊กฮ่องกงสมใจอยาก แต่ไม่เป็นไร ก๋วยเตี๋ยวรสชาติก็พอใช้ได้ครับ ทานเสร็จแล้วหนังตาก็เริ่มหย่อน ก็คงได้เวลาเข้านอนกันซักทีละคืนนี้ ปล. แอร์ในห้องเย็นมากครับ


ได้เวลาเดินทางไปดู Symphony of light ร้านขนมร้านนี้คนต่อแถวซื้อเยอะมาก


ระหว่างทางที่เดินไป ถนนที่นี่เขาสะอาดมากเลยครับ


มีต้นไม้ใหญ่ร่มรื่น ทางเดินกว้างขวาง เทียบกับบ้านเราแล้ว..เฮ้อ..


หลังจากเดินหาร้านอาหารมานานก็มาตกที่ร้านนี้ครับร้านกวางดง เอาชามะนาวไปก่อน


เมนูหมูแดงของร้านที่อร่อยมากจนติดใจกันเป็นแถว


เหมือนหมี่ผัดตามงานวัดบ้านเรา แต่รสชาติล้ำลึกมากครับ


ข้าวผัดกับหมูผัดซอสอะไรซักอย่างลืมไปแล้วครับ ข้าวผัดอร่อยสุดๆ


มาถึงตรงนี้ข้ามฝั่งไปก็เป็นจุดที่จะรอชม Symphony Of Light แล้วครับ
และเป็นจุดเดียวกันกับ Avenue Of Star


ตรงส่วนนี้เป็นเหมือนศูนย์วัฒนธรรมของฮ่องกงครับ


ผู้คนเริ่มมานั่งรอเพื่อชม Symphony Of Light


เรือสีวันสวยงาม


มองไปฝั่งตรงข้าม เดี๋ยววันที่ 4 ต้องไปดูงานที่นี่


ตอนนี้อยู่บริเวณ Avenue Of Star


หลักฐานใครมาก็ต้องถ่าย


บรรไดบาวมากๆครับ


ใกล้มืดแล้วก็มารอตรงบริเวณนี้


มาประจำที่พร้อมรอเวลาแสดง


ตรงจุดที่เรายืนรอดูมีหลังคากันฝน ซึ่งเดี๋ยวซักพักดูไปฝนก็จะเริ่มตกแล้ว


เริ่มมืดแล้ว และดูเค้าเมฆฝนเริ่มมาแล้วครับ


มาแล้วการแสดง พร้อมสายฝนที่เริ่มโปรยปราย


วื๊บ ว๊าบ ฟู่ ฟ่า (คำบรรยายประกอบรูป)


เสร็จการแสดงเลยมานั่งกิน Mc Donal บ้านเราไม่มีมั้ง


และนี่คือเครื่องดื่มของเราทั้ง 3 คน


น้ำจิ้มนักเก็ตของแม็คที่นี่มีรสแปลกๆด้วย


เปิดฝามาดูพร้อมจิ้มชิมเสร็จสรรพ


ถนนยามค่ำคืน ฝนก็ยังตกปลอยๆเหมือนเดิม เดินตากฝนกลัวไม่สบายเหมือนกัน
แต่พอดีแข็งแรงเลยไม่ป่วย โฮ่ๆๆ แค๊กๆๆ


อืม..ตึกนี้ถ้าเป็นบ้านเราคงเป็นโพเซดอน 55


กลับมาถึงโรงแรมแล้วมองลงมาดูบรรยากาศยามค่ำคืน


ดึกๆยังไม่อยากนอนก็เลยออกมาเดินเล่นรอบๆโรงแรม


มาเจอร้านขายอาหารร้านนึง นึกว่าโจ๊กเลยรีบเข้าไป ปรากฏว่าเป็นก๋วยเตี๋ยว


ราคาเครื่องดื่มที่นี่แพงกว่าบ้านเรามากครับ โค๊กที่นี่เขาชอบกินแบบใส่มะนาวด้วย


ขวดนี้เลยไม่ใหญ่มากแต่ราคา 10 เหรียญฮ่องกง


มาดูหน้าตาก๋วยเตี๋ยวบ้างครับ ของผมใส่เนื้อตุ๋น น่ากินจริงๆน้อ...


ของเพื่อนเป็นหน้าเกี๊ยว


อีกคนเป็นหน้าลูกชิ้น อร่อยครับ


แวะมามินิมาร์ทซื้อของกินตุนไว้หน่อย


มันคือ 7 Eleven นั่นเองงงงงง


เอารูปเหรียญฮ่องกงมาฝากครับ
[หน้าที่ 2]  [หน้าที่ 3]  [หน้าที่ 4]
:: Copy Left 2005 by Kapom.com ::