![]() |
เย้ๆ ดีใจจริงๆหลังจากไม่ได้ update เรื่องราวท่องเที่ยวมานานเนื่องจากงานยุ่งๆมากๆ นี่ก็ยังค้าง อยู่อีกตั้งหลายทริป ที่ยังไม่ได้เขียน ยังไงขะพนายามหาเวลามา update นะคร๊าบบ อย่าเพิ่งลืมกันนะ และที่ทำให้ผมดีใจมากยิ่งกว่าก็คือ ในที่สุดฝันของผมก็เป็นจริงเมื่อผมได้มีโอกาส update ทริปท่องเที่ยวต่างแดนในเว็บผมซะที เมื่อก่อนก็เคยคิดว่าทริปต่างแดนทริปแรกของเว็บงผมคงจะเป็น พม่า ลาว ซะอีก 555 มาเข้าเรื่องกันเลยดีกว่า ทริปนี้เกิดจากความบังเอิญที่ต้องไปดูงานที่ฮ่องกงครับ ตอนแรกคั้งใจจะไปแค่ 3 วัน2 คืน เพื่อไปดูงานและเที่ยวนิดหน่อยเพราะตั้งใจว่าจะไปคนเดียว แต่พอคุยกับเพื่อนสนิทแล้วก็ได้ความว่าเพื่อนจะไปด้วย และบอกผมว่าไหนๆก็ไปทั้งทีแล้วก็ไปหลายๆวันหน่อย สุดท้ายผมก็เลยตัดสินใจไปกันกับเพื่อน 3 คน เป็น 5 วัน 4 คืน โดยจะพักในตัวเมืองฮ่องกง2คืนแถวๆจอร์แดน ใกล้ๆกับย่านจิมซาจุ่ยที่หลายๆคนไปฮ่องกงก็ต้งมาเดินเที่ยวย่านนี้ และอีก 2 คืนจะไปพักที่ฮ่องกงดิสนีย์แลนด์ แต่เรื่องราวจะหนักไป 3 วันแรกมากกว่าอีก 2 วันหลังจะไม่ค่อยได้ไปไหนเพราะไปดูงาน ในวันเดินทางผมนัดเจอกับเพื่อนตั้งแต่ตี 5 เนื่องจากเครื่องจะออกจากสุวรรณภูมิตอน 8 โมงเช้า เลยต้องไปเช็คอินก่อนล่วงหน้า 2 ชั่วโมงซึ่งก็คือ 6 โมงเช้า แต่ก็นัดกันมาเจอกันก่อนเร็วๆ กลัวหลับเพลินลืมตื่น เนื่องจากเป็นการไปต่างประเทศครั้งแรก ก็เลยจะดูตื่นๆไปหน่อยสำหรับเราทั้ง 3 คนเพราะไม่มีใครหวังพึ่งใครได้ แต่ก็ช่างมัน เอาวะเด็กบ้านนอก 3 คนจะได้ไปต่างแดนกับเขาบ้าง เนื่องจากผมได้บัตรเข้าไปพักที่ Lougne ของ King Power เมื่อเช็คอินและโหลดกระเป๋าเสร็จแล้ว พวกเราก็เดินเข้าไปข้างในและเดินดูของใน King Power นิดหน่อย (แอบบ่นนิดหน่อย ไม่เห็นมันจะถูกกว่าข้างนอกเลย อันนี้ผมดูพวกอุปกรณ์อิเลกทรอนิคนะครับ) หลังเดินไปซักพักเริ่มเบื่อบวกกับง่วงมากด้วย ก็เลยเดินไปที่เลาจ์ของ King Power และก็เข้าไปพักในนั้น หาอะไรทานเล่นแก้ง่วง ของกินที่นี่อร่อยดีครับ อร่อยกว่าหน้าตาที่เห็นพอสมควร กินซักพักไม่ไหวละ ความง่วงมันครอบงำซะแล้ว ก็เลยนั่งหลับกัน แต่ก็ไม่ลืมตั้งนาฬิกาปลุกไว้ด้วย เมื่อได้เวลาแล้วพวกเราก็เดินไปเพื่อขึ้นเครื่องบิน อ้อ ลืมบอกไปเลยว่าผมไปกับสายการบินฮ่งกงเอกเพรสแอร์ไลน์ครับ เมื่อขึ้นเครื่องแล้วก็นั่งคุยกันซักพัก เมื่อเครื่องเริ่มบินไปได้ซักพักก็มีอาหารมาแจก แอร์โฮสเตสน่ารักมากครับ โอ้วววๆๆๆ อยากจะอยู่บนนี้ตลอดไปเลย แอบถ่ายรูปเขามาด้วย เขิ๊น เขิน อ้อ และก็ลืมบอกอีกอย่างนึงก็คือ ทักษะทางภาษาอังกฤษของผม ด้อยมากครับ 555 เมื่อแอร์โฮสเตสมาถึงเขาก็ถามผม "@#%$% Pork #@$@ Suasage @#!@#" อืม...หูผมได้ยินแค่ pork กับ sausage เพื่อผมเหมาไปก่อนเลยเอา sausage ส่วนผม นึกในใจ pork นี่มันหมูนี่นา แต่ว่ามันเอาไปทำอะไรหว่าฟังไม่ทัน...เอ๊ะ..ไม่แน่อาจจะเป็นเสต็กหมูก็ได้ ผมก็เลยตอบไปว่า "Pork" (ด้วยความมั่นใจ จริงๆแล้วช่วงเวลาที่เกิดขึ้นมันแป็บเดียวเอง แต่ช่วงเวลาในความคิดของผมมันช่างนานจริงๆ) แล้วอาหารก็มาเพื่อนผมก็ได้ sausage สมใจอยากน่ากินมามีมันบดด้วย ส่วนของผมเมื่อเปิดฟลอยด์ออกมาดู โด่..นี่มันข้าวผัดหมูนี่นา หน้าตาไม่น่าอร่อย ส่วนรสชาติ..อืม..ไม่ถูกปากผมจริงๆด้วย มันออกจืดๆมากกว่า แอบอิจฉาเพื่อนที่สั่งไส้กรอก ดูกินอร่อยมาก ระหว่างนั้นแอร์โฮสเตสก็เอาเครื่องดื่มมาแจก เห็นไวน์ด้วยแต่บ้านนอกอย่างผมไม่รู้ว่าเขาจะคิดเงินหรือเปล่าก็เลยเอาน้ำมาตรฐานของเขาละกัน กินเสร็จแล้วก็ได้เวลานอนพัก โอ้ว..ท้องฟ้าช่างสดใสอากาศดีจริงๆ เราใช้เวลาเดินทาง 3 ชั่วโมง แต่เนื่องจากเวลาที่ฮ่องกงจะเร็วกว่าเมืองไทย 1 ชั่วโมง ดังนั้นเครื่องจะไปถึงฮ่องกงตามเวลาท้องถิ่นที่เที่ยงตรง เมื่อเครื่องลงจอดเราก็เห็นจากหน้าต่างเครื่องบินแล้วว่าฝนกำลังตก ตอนจะลงเครื่องก็จะมีการแจกเสื้อกันฝนแบบpackเล็กๆให้คนละห่อ เพื่อสวมกันฝน เดินลงเครื่องแล้วก็มีรถมารับเพื่อนนำเราไปสู่ terminal อีกทีนึง ในใจเริ่มเซ็งแล้วมาถึงฮ่องกงก็ฝนตกเลย เมื่อไปถึง terminal แล้วทุกคนก็เดินกันกระฉับกระเฉงมีเจ้าหน้าที่คอยยืนบอกอะไรซักอย่าง(แต่ฟังไม่ออก - -") มีแต่ไอ้บ้านนอก 3 ตัวนี่แหละ กำลังยืนงงๆว่าจะเอายังไงกับชีวิต จะต้องทำอะไรจะเดินไปทางไหนดี คิดอะไรไม่ออกก็เลยเดินเดาๆกันไปต่อแถวที่คนอื่นต่อกัน ตรงนี้เป็นจุดตรวจคนเข้าเมืองนั่นเอง โดยปกติเขาจะแบ่งช่องฝั่งคนของประเทศนั้น กับช่องคนต่างชาติ โชคดีมากที่พกผมเดินไปเข้าช่องคนต่างชาติพอดี 555 (ตม. ของฮ่องกงค่อนข้างหน้าตาไม่รับแขกเลยครับ ถ้าเข้าผิดช่องจะโดนจับไปยิงเป้าไหมเนี่ย คิดแล้วสยอง) โชคดีอย่างนึงที่ทางเอเจนท์ที่เราจองตั่วกับที่พัก เขาเขียนใบเข้าเมืองและเตรียมเอกสารหลายๆอย่างให้เราไว้หมดแล้ว ไปถึงผมก็ยื่นชุดหนังสือ passport กับเอกสารทั้งหมดให้เขาไปเลย (อยากได้อะไรก็เลือกเอาตามใจชอบเลยเพ่ เอิ๊กๆๆ) ผ่านจุดนี้ไปได้ก็ไปเจอจุดต่อไป (เหมือนเล่นเกมส์อะไรซักอย่าง) ตอนนี้เราต้องเดินไปรับกระเป๋า ที่สนามบินฮ่องกงนี้เขามีจุดรับเยอะมากๆครับ โชคดีที่ผมพอจะจำที่เจ้าหน้าที่ตอนเราเข้ามาใน terminal พูดไว้ได้ ผมพอจับใจความในหัวอีกทีก็จะพบประโยคที่พูดถึงหมายเลขช่องรับกระเป๋า เลยเดินไปรอรับกระเป๋าตามช่องที่ได้ยินผ่านๆหู ไปยืนรอกระเป๋าวนไปวนมาซะหลายรอบ....กระเป๋าตูหายไปไหนฟระ...ซวยละ... ยืนจนกลุ้ม ไม่รู้ทำยังไง กระเป๋าบางันก็วนไปวนมาหลายรอบแล้วของเราก็ยังไม่มา เลยตัดสินใจเดินไปดูช่องกระเป๋าออก ว่าจะมีกระเป๋าออกมาอีกไหม เมื่อเดินวนไปอีกฝั่งก็เลยพบว่า ไอ้....ตัวไหน มันหยิบเอากระเป๋าเราออกมาวางไว้ข้างล่างฟระ..ไอ้เราก็ยืนรอยู่อีกฝั่งตั้งนาน นึกว่ากระเป๋าจะหายซะละ ได้กระเป๋าแล้วก็โล่งอก แล้วปัญหาต่อไปก็คือ เราจะต้องไปหาเคาท์เตอร์เพื่อจะยื่นเอกสาร ขึ้นรถรับส่งไปที่พักของเรา ก็เดินหากันต่อไป แต่คราวนี้หาไม่ยากเท่าไหร่ก็เจอ เมื่อยื่นเอกสารทั้งหมด ก็นั่งรอประมาณ 15 นาทีจะมีเจ้าหน้าที่เดินมา บอกให้เราเดินตามไป (จะเอาผมไปขายอวัยวะหรือเปล่าน้อ..) เดินไปถึงอีกจุดนึง เป็นจุดที่เราจะขึ้นรถรับส่ง พวกผมนั่งรออยู่ตรงนี้ประมาณ 1 ชั่วโมง กว่ารถจะมารับ แล้วก็ขึ้นรถไปเพื่อไปโรงแรมพรูเดนเชียล ตั้งที่ถนน Jordan ซึ่งใต้โรงแรมนี้เป็นทางเข้าอุุโมงค์รถใต้ดินเลยครับ ทำให้การเดินทางไปไหนค่อนข้างสะดวกทีเดียว ห้องพักที่นี่สำหรับผมแล้วถือว่าดีกว่าที่คาดคิดไว้เยอะพอสมควร แต่ห้องที่นี่เย็นตลอดเวลาเลยครับ ไม่รู้จะปรับลดความเย็นกันยังไงมันก็ยังเย็นทั้งคืน 55 เพื่อนผมก็บ่นๆ อะไรว้า..ปิดแอร์แล้วก็ยังหนาวทั้งคืน |
![]() ภายในเลาจ์ของ King Power มีขนมนมเนยอร่อยๆเพียบเลยครับ ![]() มีที่นั่งและที่ให้เอนนอนเพียบเลยครับ คนไม่ค่อยมีก็เสร็จพวกโจรอย่างผม กินแล้วก็นอนรอเวลาเครื่อง ![]() มุมนี้เอาไว้ดูทีวีได้ครับ บรรยากาศจะสลัวๆนิดหน่อย อากาศเย็นๆ เหมาะแก่การนอนอย่างยิ่ง ![]() ใครอยากใช้อินเตอร์เน็ตก็มีให้ใช้ด้วยนะ ![]() อดใจไม่ไหว ขอกินก่อนเลย อั๊ม...อื้ม..อร่อยมากครับ ขอต่ออีกก้อนเลย ![]() ไหนชิมโจ๊กซิ เดี่ยวเอาไปเทียบกับโจ๊กที่ฮ่องกง โอ้ว..อร่อยมาก ![]() ได้เวลาเครื่องออกแล้ว ต้องเดินไปขึ้นเครื่อง ![]() บรื่นๆๆๆ เครื่องออกแล้วจ้า... ![]() มาถึงคิวอาหารบนเครื่องบ้าง ยังอิ่มจากที่ King Power อยู่เลย ![]() อย่างแรกคือ ชุดไส้กรอกครับ อันนี้เพื่อนผมสั่ง ![]() ส่วนชุดของผม ได้ยินอะไร porkๆๆ นึกว่าเสต๊คหมู ได้ข้าวผัดหมูรสชาติจืดชืดมาครับ T-T ![]() โฮสเตสน่ารักมากครับ อยากขอถ่ายรูปแต่เขินเลยแอบถ่ายมาละกัน อิ อิ ![]() กลับมาดูวิวบนท้องฟ้าอีกครั้ง ฟ้าใสสวยเชียว แบบนี้อากาศที่ฮ่องกงน่าจะดี ![]() ปีกเครื่องบินเท่เชียว ![]() เครื่องลงแล้ว อ๊ะ..ฝนตกนี่นา ตอนบินละอากาศดีเชียว ไหงถึงฮ่องกงฝนตกเลย ![]() ตอนลงก็มีเจ้าหน้าที่มาแจกเสื้อกันฝนครับ ได้ไปคนละตัว ![]() ลงเครื่องแล้วก็ต้องรีบวิ่งไปขึ้นรถบัส ![]() บรรยากาศภายในรถบัส ![]() ผ่านด่านตรวจคนขเ้าเมืองมาแล้ว ตอนนี้อยู่ภายในสนามบินฮ่องกง ![]() ได้ตั๋วรถรับส่งไปกลับสนามบินกับโรงแรมแล้ว เย้ๆ ![]() แล้วก็มานั่งรอรถเกือบชั่วโมง ง่วงเหลือหลาย ![]() รอครบชั่วโมงคนอื่นเขาไปกันหมดแล้ว ก็ตาเรามั่ง ![]() นั่งรถไปก็มองวิวไปเรื่อยๆ ตื่นตาตื่นใจมาก บ้านนอกก็แบบนี้แหละครับ เหอๆ ![]() ถ่ายวิวนอกหน้าต่างรถ ที่ฮ่องกงนี่ตึกสูงๆเต็มไปหมด ![]() แบบตึกเก่าๆก็มีนะครับ ![]() เริ่มเข้ามาในเมืองแล้ว ![]() 2 คืนแรกเราพักที่นี่ครับ ![]() บรรยากาศหน้าโรงแรม ![]() ทางเดินภายในโรงแรม ![]() ภายในห้องพักครับ สวยงามดีมาก ![]() เอาห้องน้ำมาให้ดู ตรงที่อาบน้ำก็เป็นอ่างอาบน้ำ ![]() อีกมุมในห้องนอนมีมีวีจอใหญ่ และเคาท์เตอร์เอาไว้นั่งทำงานได้ครับ ![]() มองจากหน้าต่างห้องพักลงมา ![]() โต๊ะหัวเตียงมีกระดาษจดกับนาฬิกาให้ด้วย ![]() นาฬิกา 3 ช่องดูไม่เป็นครับ งงๆ บ้านนอกอีกแล้วเรา T-T |
| เมื่อพวกผมเก็บข้าวของเสร็จแล้ว ก็ได้เวลาไปเดินเล่นกันซะที มาดูกันซิว่าฮ่องกงจะต่างจากกรุงเทพยังไง(ผลคือ ต่างกันราวฟ้ากับดินเลยครับ เมืองเขาสะอาดและเป็นระเบียบกว่าเยอะจริงๆ ) วันนี้ผมมีแผนว่าจะไปที่ Avenue Of Star และไปรอดู Symphony of Light พวกก็เดินจากย่าน Jordan ไปเรื่อยๆ เพื่อไปที่จิมซาจุ่ย เดินสบายๆครับอากาศกำลังดีช่วงนี้ ผมเตรียมชุดมารับ Summer เต็มที่ ปรากฏว่าอากาศเย็นครับ- -" (จงอย่าเชื่อใจอากาศเมืองไทยเทียบกับเพื่อนบ้านนะครับ) มาถึงตอนนี้เราก็จะหาร้านอาหารทานกันก่อน เพราะจากมื้อบนเครื่องบินแล้วเราก็ยังไม่ได้ทานอะไรกันเลย ก็เดินๆกันจนตัดสินใจไปทานอยู่ร้านนึงชื่อร้านกวางดง (ร้านนี้เมื่อกลับมาอ่านในเน็ตได้ความว่าเมนูมีแบบจีนกับไทย ราคาเมนูไทยแพงกว่าครับ เหอๆ มาถึงก็โดนไปหนึ่งดอก) แต่ว่าอาหารร้านนี้อร่อยมากครับ ก็ถือว่าคุ้มเงินที่จ่ายไป หมูแดงเฉยๆยังอร่อยสุดยอดเลยครับ และแต่ละเมนูอาหารจานใหญ่มากๆครับ 1 จานที่นี่ถ้าเป็นผู้หญิงก็แบ่งกันกินได้ 2 คนอิ่มๆเลยครับ หลังจากอิ่มแล้วก็เดินกันต่อไปที่ Avenue Of Star ที่นี่จะเป็นจุดที่ติดทะเล จะมีลมทะเลเย็นๆสบายๆ และในบริเวณนี้จะมีรอยประทับมือของดาราชื่อดังหลายๆคนอยู่ พวกเราก็ไปเดินเล่น ถ่ายรูปไปตามทางไปเรื่อยๆ จะหารอยมือของเฉินหลงซะหน่อย หาไม่เจอ...พอเริ่มมืดก็เดินไปเตรียมรอชม Symphony of Light ซึ่งใครๆก็ว่าถ้ามาก็ควรมาดูซะหน่อย ช่วงที่นั่งรอการแสดงฝนก็เริ่มตกลงมาอีกครั้งเบาๆ ทำให้อากาศเย็นมากๆครับ ชุดรับ Summer ของผมเริ่มรับไม่ไหว หนาวจริงๆครับ 555 รอกันนานพอสมควร เมื่อการแสดงเริ่มขึ้นผมก็ยายามถ่ยรูปเต็มที่ เนื่องจากไม่ได้เอาขาตั้งกล้องมาเลยต้องพยายามทำมือให้นิ่งที่สุด ก็ได้รูปมาเท่าที่เห็นนี่แหละครับ ผมพยายามเต็มที่แล้วครับ T-T เมื่อจบการแสดงพวกเราก็เดินกลับ ตอนนี้ยังไม่หิว แต่ด้วยความง่วงและขี้เกียจจะต้องออกไปหาอะไรกินอีก ก็เลยตัดสินใจว่าลองไปนั่งกิน Macdonal ที่ฮ่องกงกันดูว่าจะมีอะไรไม่เหมือนบ้านเราบ้างกินอะไรง่ายๆไม่ต้องเยอะ และก็แวะซื้อเครื่องดื่มไปนั่งกินด้วย แล้วก็เดินไปเรื่อยๆดูร้านค้ายามค่ำคืนกลับโรงแรม ตกดึกรู้สึกยังไม่อยากเข้านอน ก็เลยออกมาเดินหาอะไรทานเล่นรอบๆโรงแรมที่พัก เดินไปเดินมาเจอร้านอยู่ร้านนึง หน้าร้านมีป้ายอาหารโชว์อยู่เป็นชามข้างในมีอาหารสีขาวๆ โรยด้วยเครื่องแบบต่างๆ ในใจคิดว่านี่ไงโจ๊ก...ใครๆก็บอกเราว่ามาฮ่องกงต้องกินโจ๊กฮ่องกง เลยลากเพื่อนเข้าไปนั่งกันทันที ทั้ง 3 คน 6 ตา มองเป็นโจ๊กเหมือนกันหมด พอเข้าไปนั่งปรากฏว่าเป็นร้านก๋วยเตี๋ยวครับ ป้ายด้านหน้ามันสว่างๆ เส้นก๋วยเตี๋ยวสีขาวๆเลยดูเหมือนเป็นโจ๊ก ปั๊ดโธ่เอ้ย...นึกว่าจะได้กินโจ๊กฮ่องกงสมใจอยาก แต่ไม่เป็นไร ก๋วยเตี๋ยวรสชาติก็พอใช้ได้ครับ ทานเสร็จแล้วหนังตาก็เริ่มหย่อน ก็คงได้เวลาเข้านอนกันซักทีละคืนนี้ ปล. แอร์ในห้องเย็นมากครับ |
![]() ได้เวลาเดินทางไปดู Symphony of light ร้านขนมร้านนี้คนต่อแถวซื้อเยอะมาก ![]() ระหว่างทางที่เดินไป ถนนที่นี่เขาสะอาดมากเลยครับ ![]() มีต้นไม้ใหญ่ร่มรื่น ทางเดินกว้างขวาง เทียบกับบ้านเราแล้ว..เฮ้อ.. ![]() หลังจากเดินหาร้านอาหารมานานก็มาตกที่ร้านนี้ครับร้านกวางดง เอาชามะนาวไปก่อน ![]() เมนูหมูแดงของร้านที่อร่อยมากจนติดใจกันเป็นแถว ![]() เหมือนหมี่ผัดตามงานวัดบ้านเรา แต่รสชาติล้ำลึกมากครับ ![]() ข้าวผัดกับหมูผัดซอสอะไรซักอย่างลืมไปแล้วครับ ข้าวผัดอร่อยสุดๆ ![]() มาถึงตรงนี้ข้ามฝั่งไปก็เป็นจุดที่จะรอชม Symphony Of Light แล้วครับ และเป็นจุดเดียวกันกับ Avenue Of Star ![]() ตรงส่วนนี้เป็นเหมือนศูนย์วัฒนธรรมของฮ่องกงครับ ![]() ผู้คนเริ่มมานั่งรอเพื่อชม Symphony Of Light ![]() เรือสีวันสวยงาม ![]() มองไปฝั่งตรงข้าม เดี๋ยววันที่ 4 ต้องไปดูงานที่นี่ ![]() ตอนนี้อยู่บริเวณ Avenue Of Star ![]() หลักฐานใครมาก็ต้องถ่าย ![]() บรรไดบาวมากๆครับ ![]() ใกล้มืดแล้วก็มารอตรงบริเวณนี้ ![]() มาประจำที่พร้อมรอเวลาแสดง ![]() ตรงจุดที่เรายืนรอดูมีหลังคากันฝน ซึ่งเดี๋ยวซักพักดูไปฝนก็จะเริ่มตกแล้ว ![]() เริ่มมืดแล้ว และดูเค้าเมฆฝนเริ่มมาแล้วครับ ![]() มาแล้วการแสดง พร้อมสายฝนที่เริ่มโปรยปราย ![]() วื๊บ ว๊าบ ฟู่ ฟ่า (คำบรรยายประกอบรูป) ![]() เสร็จการแสดงเลยมานั่งกิน Mc Donal บ้านเราไม่มีมั้ง ![]() และนี่คือเครื่องดื่มของเราทั้ง 3 คน ![]() น้ำจิ้มนักเก็ตของแม็คที่นี่มีรสแปลกๆด้วย ![]() เปิดฝามาดูพร้อมจิ้มชิมเสร็จสรรพ ![]() ถนนยามค่ำคืน ฝนก็ยังตกปลอยๆเหมือนเดิม เดินตากฝนกลัวไม่สบายเหมือนกัน แต่พอดีแข็งแรงเลยไม่ป่วย โฮ่ๆๆ แค๊กๆๆ ![]() อืม..ตึกนี้ถ้าเป็นบ้านเราคงเป็นโพเซดอน 55 ![]() กลับมาถึงโรงแรมแล้วมองลงมาดูบรรยากาศยามค่ำคืน ![]() ดึกๆยังไม่อยากนอนก็เลยออกมาเดินเล่นรอบๆโรงแรม ![]() มาเจอร้านขายอาหารร้านนึง นึกว่าโจ๊กเลยรีบเข้าไป ปรากฏว่าเป็นก๋วยเตี๋ยว ![]() ราคาเครื่องดื่มที่นี่แพงกว่าบ้านเรามากครับ โค๊กที่นี่เขาชอบกินแบบใส่มะนาวด้วย ![]() ขวดนี้เลยไม่ใหญ่มากแต่ราคา 10 เหรียญฮ่องกง ![]() มาดูหน้าตาก๋วยเตี๋ยวบ้างครับ ของผมใส่เนื้อตุ๋น น่ากินจริงๆน้อ... ![]() ของเพื่อนเป็นหน้าเกี๊ยว ![]() อีกคนเป็นหน้าลูกชิ้น อร่อยครับ ![]() แวะมามินิมาร์ทซื้อของกินตุนไว้หน่อย ![]() มันคือ 7 Eleven นั่นเองงงงงง ![]() เอารูปเหรียญฮ่องกงมาฝากครับ |
:: Copy Left 2005 by Kapom.com :: |