Scene 1

    ในวันนี้ผมตื่นนอนตี4ครึ่ง ผิดจากหมายกำหนดการนิดหน่อยพอให้อภัย กว่าจะเตรียมตัวพร้อมออกเดินทางก็กินเวลาไปเกือบตี 5 และแล้วก็ได้เวลาเดินทางไกลครั้งแรกกับรถคู่ใจคันแรกในชีวิตผม ผมได้ออกเดินทางตามเส้นทางที่ ได้ศึกษาไว้ตั้งแต่เมื่อคืน โดยเดินทางผ่านมอเตอร์เวย์ ไปเรื่อยๆจนไปลงที่ อ.แกรงขณะนั้นเป็นเวลา 7 โมงเช้าอากาศดีมาก เนื่องจากว่าเป็นหน้าหนาวอากาศจึงกำลังเย็นพอดีๆเราวิ่งไปเรื่อยๆเปิดหน้าต่างรับอากาศบริสุทธิ์ได้ซักพัก อุ๊บ!! กลิ่นอะไรหว่าเหม็นจัง...จึงต้องรีบปิดหน้าต่างเปิดแอร์โดยด่วน..และวิ่งเข้าจันทรบุรีผ่านไป จนเข้าจังหวัดตราด ระหว่างทางที่วิ่งไปมีง่วงเป็นพักๆเนื่องจากหลับน้อยตื่นเช้า เลยต้องแวะปั๊มบ่อยๆไปล้างหน้า ผ่อนคลายอิริยาบถ และใช้บริการกาแฟสดเพื่อให้ตาสว่าง เราใช้เวลาทั้งหมด 5 ชั่วโมงเดินทางมาถึงตราด และได้ไปที่ท่าเรือด่านเก่าซึ่งเป็นจุดนัดพบกับสมาชิกอื่นๆ และที่นี่เองก็เป็นที่ลงทะเบียนสำหรับผู้ที่จะเดินทางไปเกาะกูดคาบาน่า


บรรยากาศที่ท่าเรือด่านเก่า


เดินทางโดยเรือ Speed Boat ส่วนทางซ้ายมือรถคู่ใจผมเอง

เนื่องจากว่า เรือจะออกเดินทางเที่ยงครึ่ง เรามาถึงเร็วจึงต้องนั่งรอหาอะไรทำไปเรื่อยๆ เพื่อรอเวลาเรือออก ตอนนี้ยังไม่มีใครมาเลยซักคนสงสัยว่าเราจะมาถึงเป็นกลุ่มแรก(ก็คงงั้นแหละ) หลังจากรอไปได้ซักพักเมื่อเวลาประมาณ 11 โมงกว่าๆ เริ่มมีคนเพิ่มขึ้นมากมายและเพิ่มมากขึ้นเรื่อย จนถึงเวลาเที่ยงครึ่งทางเจ้าหน้าที่ได้จัดคนเพื่อเตรียมลงเรือและขนสัมภาระไปให้ กว่าจะได้ออกเดินทางจริงๆ ก็ปาเข้าไปบ่ายโมง เราใช้เวลาเดินทางทั้งหมด 1 ชั่วโมงครึ่ง โดยประมาณก็ถึงเกาะกูดซะที ภาพแรกที่เราเห็นนั้นประทับใจมากจริงๆ เนื่องจากน้ำทะเลใส หาดทรายขาว และดูเป็นธรรมชาติดีมาก อีกอย่างที่สำคัญก็คือที่นี่ให้ความรู้สึกว่าเป็นส่วนตัวมากๆ เนื่องจากรอบบริเวณที่พักนั้น ไม่มีรีสอร์ทอื่นๆเลย (ทำให้ผมรู้สึกประทับใจมากยิ่งขึ้น) ขณะนี้เป็นเวลา 14.30 น.


ระหว่างเดินทางไปเกาะกูด ทะเลนิ่งสงบ กว้างยาวสุดลูกหูลูกตา


เดินทางมาถึงเกาะกูดและลงเรือที่สะพานปลา


มองเข้าไปในรีสอร์ทจะเห็นต้นมะพร้าวเต็มไปหมด
เจ้าของรีสอร์ทบอกว่าอยากให้มองเห็นเป็นธรรมชาติ
มากกว่าสิ่งก่อสร้าง เลยเอาบ้านพักไปไว้ข้างใน


เราเดินผ่านน้ำทะเลใสๆสวยๆผ่านสะพานปลาไปเรื่อยๆ ในใจนึกตลอดว่าอยากจะกระโดดลงไปเดี๋ยวนี้เลย เล่นน้ำทะเลให้หายอยาก แต่ต้องเช็คอินเสียก่อน ฟังดูหรูนะแต่จริงๆแล้วก็นอนเต็นท์ ตอนนี้เราต้องเดินไปรับกระเป๋าสัมภาระทั้งหมดที่จุดรับของและเข้าสู่ที่พัก เพื่อเก็บของระหว่างนั้นก็ได้ยินเสียงแจ้งแถลงไขว่าจะมีอาหารว่างให้ทานตอน 4 โมงเย็น ให้มาเจอกันที่ห้องอาการ และถ้าใครหิวน้ำหรืออยากดื่มกาแฟ โอวัลติน ชา ...สามารถเดินมาที่ห้องอาหารทานได้ตามสบาย ฟรีตลอด 24 ชั่วโมง โอ้..สวรรค์ เมื่อเก็บของทุกอย่างเข้าเต็นท์แล้ว ผมก็ได้ไปลากเอา เตียงผ้าใบ ที่มีเต็มไปหมดบริเวณชายหาดมานอนรับลมริมทะเลให้ น้ำทะเลพัดขาเย็นๆสบายๆ ใต้ร่มเงาต้นมะพร้าว(ที่ต้องคอยระวังสารจากต้นมะพร้าว)

เนื่องจากว่าเราเดินทางมาถึงที่นี่ก็สายแล้ววันแรกจึงยังไม่มีกิจกรรมใดๆให้ทำ ส่วนใหญ่ก็ให้พักผ่อนไปก่อนเตรียมตัวสำหรับวันที่สองที่จะได้ไปน้ำตกและดำน้ำดูปลา ประกาลัง ใต้ทะเล แต่จะมีบางกลุ่มที่เดินทางมาช่วงเช้า จะได้ไปทำกิจกรรมก่อนแล้ว 1 อย่างแล้วแต่จะเลือก หลังจากพักผ่อนได้ซักพักก็มีเสียงเรียกให้ไปทานอาหารว่าง ขณะนั้นเวลา 4 โมงเย็นแล้ว ช่างรวดเร็วจริงๆ ไม่เห็นจะเหมือนตอนทำงานเลย อาหารว่างมื้อนี้คือ ขนมจีนปลาอินทรีย์ นั่นเองคัดพิเศษจากกระดาษทิชชู่สดๆ เอ้ย...เนื้อปลาสดๆ



มุมเครื่องดื่มฟรีตลอด 24 ชั่วโมงสำหรับคอดื่มทั้งหลาย


ที่พักสำหรับคนนอนเต็นท์ ดีทีเดียวมีเบาะรองหมอนผ้าห่ม
แถมยังติดทะเลอีกต่างหาก นอนได้ยินเสียงคลื่นชัดเจน(แต่น้ำไม่ท่วม)



บ้านพักด้านใน กับ ต้นมะพร้าวที่สูงมากๆ
ถ้าลูกมะพร้าวหล่นโดนหัวคงตายลูกเดียว



ขนมจีนปลาอินทรีย์ ที่พนักงานย้ำนักย้ำหนาว่า
อย่าทานเยอะ เดี๋ยวมื้อดึกจะเสียใจ


และแล้วหลังจากที่ทานอาหารว่างเสร็จ ก็ได้เวลาแยกย้ายไป อาบน้ำและเดินชมเกาะ หรือบางคนจะไปเล่นน้ำก็แล้วแต่ ตอนนี้ผมคงอยากจะอาบน้ำและไปนอนเล่นริมชายหาดแล้วล่ะ จนเวลาผ่านไปเกืบทุ่มตรง เจ้าหน้าที่ก็ได้ประกาศให้ทุกคนมาที่ห้องอาหารเพื่อเตรียมรับประทานอาหารเย็น ถ้าใครสังเกตผมจะรู้ว่าผมตื่นเต้นมาก อาการอยากรู้ว่าอาหารจะเป็นอย่างไร มันออกอาการอย่างหนักผมรีบจ้วงเดินไปที่ห้องอาหารทันที เมื่อขึ้นไปถึงผมได้พบกับภาพราวกับสวรรค์น้อยๆ จานอาหารที่ว่างเรียงเป็นแถวยาวๆบนโต๊ะพร้อมกับกุ้งเผาและปลาหมึกเผา เรียงรายเต็มไปหมด ไม่รู้ว่าสายตาผมมันยังไง เจ้าหน้าที่จึงแจ้งให้ทราบว่าให้ไปนั่งรอที่โต๊ะประจำตำแหน่ง เดี๋ยวพนักงานจะยกไปเสิร์ฟที่โต๊ะให้เอง โอ โอ โอ...ซู้ดดดดด...ได้แต่นั่งกลืน น้ำลายตัวเองรอเวลาระหว่างนั้นทางเจ้าหน้าที่ก็ได้บรรยายถึงการเตรียมตัวไปผจญภัยวันพรุ่งนี้ แต่ใจดวงน้อยๆดวงนี้มันไปอยู่กับกุ้งซะแล้ว...เมื่อทุกคนมาพร้อมหน้าพร้อมตา เจ้าหน้าที่ ได้เดินเอาอาหารมาบริการถึงโต๊ะ มื้อนี้ประกอบไปด้วย กุ้งเผา ปลาหมึกเผา ปูทะเลผัดพริกไทยดำ แกงใบชะมวง ทอดมันปลาอินทรีย์ กุ้งอบวุ้นเส้น ทุกอย่างเติมได้ยกเว้น กุ้งเผากับ ปลาหมึกเผา (เขาว่างั้นแต่ผมก็แอบได้เติมนิดหน่อย) ระหว่างที่รับประทานไปนั้นเจ้าหน้าที่ก็ได้มีการเปิดเพลงและเล่าเรื่องต่างๆทั้งสนุกสนานและอร่อยไปด้วย สุขจริงๆ เมื่ออิ่มเอมเปรมปรี แล้ว ใครจะแยกย้ายไปทำอะไรก้แล้วแต่ หรือใครจะนั่งที่ห้องอาหารร้องคาราโอเกะก็ได้ หรือใครจะดื่มก็มีน้ำแข็งบริการให้ฟรีตลอด 24 ชั่วโมง กินกันให้ตับแข็งแรงไปข้างนึง ส่วนผมเมื่อกิน เสร็จแล้วก็ไปเดินเล่นริมทะเลยามค่ำคืน และพอค่ำๆก็เข้านอนเตรียมตื่นแต่เช้า


กองทัพกุ้งบุกโต๊ะอาหาร สวรรค์น้อยๆของผม


รายการอาหารอื่นๆในค่ำคืนนี้ ที่ทำให้ผมไม่แตะข้าวเลย


แกงใบชะมวงปลาอินทรีย์ หน้าตาไม่น่าทานแต่อร่อยมากทีเดียว


ภาพบรรยากาศชายหาดยามเย็น

<--ย้อนกลับ | ไปหน้าถัดไป-->
Kapom.com at Koh Kood Cabana