Scene 2
วันนี้ผมตื่นนอนตอนเวลา 8.00 น. เพื่อเตรียมตัวล้างหน้าไปทานอาหารเช้า ส่วนใครที่เป็นคนตื่นเช้า เขาก็มีขนมปังปิ้งรองรับที่ห้องอาหารตั้งแต่ 6 โมงเช้า อาหารเช้าวันนี้เป็นข้าวต้มปลาอินทรีย์ รสชาติก็ใช้ได้อร่อยดี แต่เนื่องจาก ผมเป็นคนไม่ค่อยกินเข้าต้มเท่าไหร่ก็เลยกินแต่พอประมาณ วันนี้มีกิจกรรมที่ผมต้องไป 2 อย่างคือไปน้ำตกและไปดำน้ำ ผมเลือกที่จะไปน้ำตกก่อนแล้วค่อยไปดำน้ำทีหลังเนื่องจากว่าปริมาณคนที่ไปดำน้ำช่วงเช้าเยอะมาก กลัวจะ วุ่นวายเลยขอหลบไปกับกลุ่มที่ ไปน้ำตกก่อนดีกว่า เมื่อทานอาหารเช้าเสร็จได้ซักพักก็เตรียมตัวนั่งเรือไปน้ำตกคลองเจ้า ซึ่งเป็นน้ำตกที่ รัชการที่ 6 ได้เสด็จมาเมื่อนานมาแล้ว จึงเป็นที่มาของชื่อน้ำตก
ระหว่างทางมาน้ำตกก็ได้ผ่านรีสอร์ทอื่นๆ
เช่นที่นี่ ใบกูดแชมบาลา สวยแต่ไม่มีชายหาด
ล่องเรือไปซักพักก็ผ่านแถบป่าโกงกางขนาบข้าง
บ้านพักของชาวเกาะ ให้ความรู้สึกเหมือน
คลองแถวๆบ้านเราเลยแฮะ
จุดจอดเรือเพื่อเดินเท้าต่อไปยังน้ำตก
ระยะทางไปน้ำตกคลองเจ้าทั้งหมด 1 กม.
ที่เขียน 50M นี่คือเกือบถึงแล้วไม่ต้องสงสัย
ถึงแล้วน้ำตกคลองเจ้า ตอนนี้หน้าหนาวน้ำยังไม่เยอะ
แต่ก็เล่นได้สนุกทีเดียว ลักษณะเหมือนน้ำตกเอราวัณเลย
เราใช้เวลานั่งเรือไปน้ำตกประมาณ 20 นาทีและเดินเท้าต่ออีกประมาณ 20 นาทก็ถึงน้ำตก หลังจากที่ได้เล่นน้ำตกกันจนเหนื่อยแล้วเราก็เดินทางกลับรีสอร์ทเพื่อไปรับประทานอาหารกลางวัน มื้อนี้ ประกอบไปด้วย ปลาพิกุลแดดเดียว (รูปร่างเหมือนปลาทูเลย) ปลาอะไรซักอย่างสามรส ผัดผักทะเล ต้มข่าปลาอินทรีย์ ผัดถั่วฝักยาวลูกชิ้นปลา เติมได้ทุกอย่าง อาหารมื้อนี้ดูธรรมดาเรียบๆง่าย แต่ก็อร่อยเหมือนเดิม หรือว่าเพราะผมเหนื่อย และหิวก็ไม่แน่ใจ ทำให้อะไรก็ดูตื่นตาไปซะหมด(อีกแล้ว) เมื่อทานข้าวเสร็จเราก็ได้เวลาพักผ่อนซักพัก ก่อนที่จะเตรียมตัวไปดำน้ำระหว่างนั้นผมก็แอบไปเล่นน้ำทะเลก่อนก็แล้วกัน.. เมื่อถึงเวลา 13.30 น.ก็ได้เวลาเตรียมตัวไปดำน้ำ ทุกคนจะต้องไปพร้อมกันที่จุดรับอุปกรณ์ดำน้ำ เมื่อตรวจสอบความเรียบร้อวแล้วก็เตรียมตัวขึ้นเรือเพื่อเดินทางไปดำน้ำ โดยใช้เวลาเดินเรือประมาณ 30 นาทีก็ถึงจุดดำ
อาหารมื้อเที่ยง อร่อยมาก โดยเฉพาปลาแดดเดียวต้องขอเติม
นี้อีกหม้อ กินกันแต่กับข้าว ส่วนข้าวนั้นไม่ได้แตะเลย
จุดดำน้ำชมประกาลังและปลาทะเล สวยมากขอบอก
ชีวิตบนดอยไม่ค่อยได้เห็นอะไรแบบนี้ตื่นตาจริงๆ
ต้นมะพร้าวรูปร่างประหลาดสงสัยพ่อแม่ไม่รัก
หลังจากที่เราได้ดำน้ำกันจนเหนื่อยก็เตรียมตัวนั่งเรือกลับไปที่พักอีก 30 นาทีเมื่อไปถึงที่รีสอร์ท ก็ได้กระโดดน้ำจากเรือที่นั่งมา ไม่น่าเชื่อว่ามองเห็นพื้นใสๆแต่พอกระโดดลงไปทำไมมันลึกยังงี้ขานี่ไม่แตะพื้นเลยท่านผู้ชม ดีที่ยังว่ายน้ำเป็นเลยเอาตัวรอดได้ เราก็เล่นน้ำได้ซักพัก ก็มีประกาศให้มาทานอาหารว่างของวันที่ 2 ตอนนี้ผมไม่ตื่นเต้นเท่าไหร่เพราะรู้ว่าอาหารว่างยังไงก็ คงไม่ต่างจากเมื่อวาน ก็ค่อยๆเดินไปเรื่อยๆ เมื่อไปถึงที่ห้องอาหาร วันนี้อาหารว่างคือเส้นจันทร์ผัดปูจับมือกับปลาหมึก..โอ๊ะๆ ปูเป็นต่อนๆปลาหมึกเป็นติ่นๆ อีกแล้วครับผมเลยจัดแจงตักปูมากินซะเลยแต่เกรงใจสายตารอบข้างนิดหน่อยเลย ตักเส้นหมี่มาปกปิดด้านบนนิดหน่อย ^^"
เส้นจันผัดปู+ปลาหมึก พร้อมกับชามะนาวที่ผสมเอง(รสแปร่งๆ)
แหงนหน้ามองลูกมะพร้าว ถ้าร่วงลงมาคงใช้เวลา3วันถึงพื้น
ภาพยืนยันว่าต้นมะพร้าวสูงจริงๆอีก 2 ปีคงสูงถึงดวงจันทร์
เมื่อทานอาหารว่างเสร็จก็ได้เวลาส่วนตัว ใครจะเล่นน้ำจะนอนพักผ่อน รหืออาบน้ำก็ตามใจ แต่เวลาทุ่มตรงต้องเจอกันที่ห้องอาหารเพื่อทานอาหารเย็น มื้อเย็นวันนี้ต้องทำให้ทุกคนที่ชื่นชอบปู หัวใจวายแน่ๆ กับปูตัวใหญ่สุดๆเท่าที่เคยกินมา และตามด้วย น้ำพริกกะปิกับของปลาหมึกทอด ผักทอด ห่อหมกทะเล ต้มข่าปลา ผัดเปรี้ยวหวานทะเลรวม ผมกินปูไปทั้งหมด 4 ตัวใหญ่ๆ อิ่มเลยครับไม่ต้องแตะข้าว ส่วนกับข้าวอื่นๆ ผมก็กินบ้างพอประมาณเพราะเสียดาย ตบท้ายด้วยผลไม้ตามฤดูกาล ดึกๆก็เหมือนเดิมใครจะร้องเพลง ก็ร้องไป ใครจะดื่มชา กาแฟ กินเหล้า เล่นไพ่(ไม่ต้องกลัวตำรวจจับเพราะเขามาเล่นด้วย..เอ้ย เขาอนุญาติให้สนุกได้เป็น กรณีพิเศษ) หรือ จะเดินเล่น ก็ตามใจ คืนนี้เป็นคืน สุดท้ายแล้วพรุ่งนี้ก็ต้องเดินทางกลับซะแล้ว วันนี้รู้สึกเพลียๆเพราะว่าได้ทำกิจกรรมไปเยอะ แต่ก็ยังไม่อยากหลับอยู่ดี เพราะบรรยากาศมันดีมากเลยไปลากที่นอนผ้าใบ มานอนริมทะเลเล่นกีตาร์ เผลอหลับไป ไม่รู้ตัวตื่นมาตอนดึกๆเท่าไหร่ก็ไม่แน่ใจ เลยรีบกลับเข้าเต๊นท์ไปนอนเดี๋ยวจะไม่สบาย
ปูเรียงรายเต็มไปหมดแต่ละตัวใช่จะเล็ก
ดูกันใกล้ๆอีกนิด สดๆ อร่อยๆ เนื้อหวานๆ
เติมเข้าไปกินไม่อั้น แต่ต้องรีบนิดก่อนของหมด
<--ย้อนกลับ
|
ไปหน้าถัดไป-->
Kapom.com at Koh Kood Cabana