![]() |
สวัสดีครับ ดีใจอีกครั้งที่มีโอกาสได้อัพเดทเว็บตัวเอง สำหรับทริปนี้คือเกาะทะลุ อยู่ที่จังหวัดประจวบฯ อำเภอบางสะพานครับ งานนี้ได้มีโอกาสไปเที่ยวเพราะว่า น้องชายสุดที่รักได้แต่งงานมีครอบครัวเป็นสุขไปแล้ว ได้มีการชวนกันไปเที่ยวทั้งครอบครัวเพื่อเป็นการฉลองใหญ่สำหรับการแต่งงานของน้องและเป็นการฉลองก่อนการหมดอิสระภาพของผม เพราะจากนี้ไปต้องไปดูแลโรงเรียนที่เพิ่งสร้าง ใครเห็นใจผมก็ช่วยมาอุดหนุนลงเรียนซักวิชาหรือสองวิชาก็ดีนะครับ ^^" ความจริงตอนแรกผมตั้งใจจะพาครอบครัวไปเกาะกูด เพราะยังติดใจในธรรมชาติที่สวยงามอยู่ แต่เนื่องจากว่าเป็นช่วงมรสุม ที่เกาะกูดเขาปิดเกาะ ต่างคนก็เลยต่างเศร้าโศกเสียใจ และก็ประจวบเหมาะว่าช่วงนั้นมีงานไทยเที่ยวไทย พอดีก็ไปแวะไปเดินชม สุดท้ายก็เลยได้ Package ของเกาะทะลุมา ค่า Package ที่เราได้คือ 4,000 บาทต่อคน ราคานี้รวมค่าเรือไปกลับค่าอาหารที่พักห้องแอร์ พร้อมทั้งกิจกรรมต่างๆ ซึ่งเดี๋ยวจะเหล้าให้ดื่ม เอ้ย!! เล่าให้ฟังต่อไป สำหรับที่เกาะทะลุนี้เขามีรีสอร์ทอยู่เจ้าเดียว เพราะเจ้าของเกาะได้รับสัมปะทานมา และแบ่งเป็น 2 อ่าว คือ อ่าว..ทำไมมึงไม่รู้ เอ๊ะ!! ไม่ใช่ๆ คือ อ่าวมุข กับ อ่าวใหญ่ ครั้งนี้พวกเราไปพักที่อ่าวมุข เพราะราคาถูกกว่า จริงๆทั้ง2 อ่าวก็อยู่ใกล้ๆกัน เดินหากันใช้เวลาไม่ถึง5 นาทีก็ถึงแล้ว ข้อดีของอ่าวใหญ่เท่าที่ผมมองเห็นคือ อ่าวใหญ่มีหาดทรายขาวทอดยาวให้เราได้เล่นน้ำมากกว่าอ่าวมุข ซึ่งจะเป็นหินและประกาลรังมากกว่า ส่วนเรื่องอื่นนั้นไม่แน่ใจว่ามีอะไรแตกต่างกันอีกหรือเปล่า และรีสอร์ทแห่งเดียวนี้ชื่อ บ้านมะพร้าวเกาะทะลุรีสอร์ท เริ่มเรื่องตั้งแต่การเดินทาง พวกเรามีนัดกับทางรีสอร์ทไว้ตอน 9 โมงเช้า ดังนั้นพวกเราก็จำเป็นที่จะต้องตื่นแต่เช้าเพื่อเดินทาง จำได้ว่าคืนนั้นตื่นกันตอน ตี 3 ออกเดินทางกัน ไปเรื่อยๆตามแผนที่ ที่ทางรีสอร์ทให้ไว้ ใช้เวลาเดินทางประมาณ 5 ชั่วโมง เมื่อไปถึงที่จุดนัดพบแล้วหลังจากที่จัดการเรื่องเงินเสร็จเรียบร้อย ก็ต้องนั่งรอเพื่อนร่วมเรือ นั่งรออยู่ประมาณครึ่งชั่วโมง เจ้าหน้าที่ก็ให้เราขับรถไปตรงสะพานปลาเพื่อขนสัมภาระขึ้นเรือ เรื่อลำที่พวกเราได้ขึ้นเป็นเรือใหญ่มาก ไม่ใช่ Speed Boat คาดว่าจะจุคนได้เป็นร้อย มาเดาทีหลังว่าเป็นเรือที่รับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติไปดำน้ำแถวๆเกาะ ทางรีสอร์ทก็เลยถือโอกาสให้พวกเราขึ้นเรือลำนั้นมาด้วยเลย นั่งรอในเรือกันซักพักพอหายตื่นเต้น เรือก็ออกเดินทางไปสู่เกาะทะลุ พวกเราใช้เวลาไม่นานมาก ก็ไปถึงที่เกาะทะลุ เรือยอร์ช(ว่าไปนั่น)พาเราอ้อมไปดูจุดที่เป็นช่องทะลุ และให้นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติดำน้ำที่จุดนี้ ส่วนพวกเราก็นั่งรออยู่ประมาณ 20 นาทีก็มีเรือ Speed Boat จากทางรีสอร์ทมารับพวกเรา เพื่อเข้าพักที่รีสอร์ท เรือ Speed Boat พาเรามาจอดที่สะพานปลาซึ่งอยู่ค่อนไปทางอ่าวใหญ่ เมื่อลงเรือแล้ว พวกเราก็หยิบเฉพาะสัมภาระที่สำคัญติดตัวไปที่อ่าวมุข ส่วนที่เหลือเดี๋ยวเจ้าหน้าที่จะขนไปให้เรา ใช้เวลาเดินไม่นานก็ถึงห้องพัก สำหรับทริปนี้พวกผมไปกัน 6 คน ได้ห้อง 3 ห้อง นั่นก็คือพักกัน ห้องละ 2 คน อ้อ..นอกจากนี้ยังมีเจ้าตัวเล็กหมาไฮเปอร์ไปด้วยอีก 1 ตัว สำหรับห้องพักที่นี่ก็ถือว่าดีพอใช้ได้ ลักษณะห้องพักที่นี่มีหลายแบบ ทั้งแบบทรงไทย แบบห้องพักทั่วไป ส่วนแบบที่พวกผมได้พักก็จะเป็นบ้าน1หลังซึ่งประกอบด้วยห้องพัก 3 ห้องติดกัน พื้นยกสูงทำให้เรารู้สึกว่าเป็นคนชั้นสูง ใครอ่านแล้วงงว่าบ้านพักเป็นยังไงก็ไปดูรูปถ่ายด้านล่างได้จ้า เมื่อเดินสำรวจรอบรีสอร์ทเสร็จแล้วก็รู้ว่าช่วงที่เรามาพักนี้มีแขกมาพักแค่2กลุ่ม คือพวกผมและอีกคู่เป็นฝรั่งแทบจะเรียกได้ว่าเป็นรีสอร์ทส่วนตัวเลยก็ว่าได้ ซักพักก็ได้เวลาทานอาหารมื้อเที่ยง สำหรับมื้อนี้อาหารก็ถือว่าอร่อยใช้ได้เลยทีเดียว เสียอย่างเดียวต้มยำมื้อนี้ออกหวานไปนิดนึง เจ้าหน้าที่บอกเราว่าสงสัยแม่ครัวกำลังมีความรัก - -" หลังจากทานอาหารเสร็จเรียบร้อยแล้วพวกเราก็แยกย้ายกันไปหาที่นั่งพัก พอข้าวเริ่มเรียงเม็ดได้ที่ก็พากันไปเล่นน้ำทะเล เอาเรือคะยักมาพายเล่น ที่นี่เขามีเรือคะยักให้เราเล่นฟรีครับแถมยังมีเรือใบให้เล่นด้วย แต่เรือใบอยู่ที่อ่าวใหญ่ ถ้าจะเล่นต้องแจ้งเจ้าหน้าที่ก่อน ส่วนผมไม่ได้เล่นเรือใบเพราะว่าเล่นไม่เป็น พอเริ่มหน่อยก็ไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าหาที่นั่งพัก จนเวลาประมาณบ่าย 3 ก็มีเจ้าหน้าที่มาชวนเราไปเดินป่าเพื่อไปจุดชมวิว ทุกคนก็รีบลุกเตรียมตัวพร้อมกันภายในเวลาไม่กี่นาที ก็ได้เวลาเดินป่า สำหรับการเดินป่าของที่นี่นั้นทางเดินไม่ลำบาก รอบๆมีต้นไม้ใหญ่ขึ้นเต็มรอบด้านทำให้รู้สึกชื่นใจ พวกเราใช้เวลาเดินไม่นานก็ถึงยอดเขา (ถ้าเทียบกับการเดินป่าที่เขาสกแล้วที่นี่เด็กๆไปเลย) เมื่อถึงบนยอดแล้วก็ได้มองเห็นวิวสวยๆ จากบนยอดนี้เราจะมองเห็นช่องทะลุในอีกมุมนึง เป็นมุมที่สวยมาก หลังจากที่ผลัดเปลี่ยนกันถ่ายรูปแล้วก็เตรียมตัวเดินกลับลงทางเดิม เพราะว่าบนนี้มียุงเยอะครับ อ้อ ลืมไปนิดนึง จากบนนี้เรามองเห็นคนพายเรืคะยักมาแถวๆช่องทะลุเพื่อตกหมึกครับ เจ้าหน้าที่ก็ชวนให้เราไปลองตกหมึกกัน ผมก็ตอบตกลงทันทีถึงแม้ว่าจากประสบการณ์เดิมที่เคยนั่งเรือออกไปตกหมึกที่ระยองจะตกไม่ได้เลยซักตัวก็ตาม อย่างน้อยก็ได้พายเรือเล่น ผมคิดอย่างนั้น |
บริเวณชายหาดจุดนัดพบ มองไปไกลๆคือเกาะทะลุ ระหว่างรอเรือก็นั่งรอกันได้ นั่งรอเรือไปก็มองเกาะทะลุไป(เมื่อไหร่จะได้ไปว้าาา) นี่ไงเรือยอร์ชลำใหญ่โต นั่งท่องเที่ยวต่างชาติมากมาย(มีน่ารักด้วย) อยู่บนเรือก็ยังไม่ละสายตาจากเกาะทะลุ ช่วงเช้าน้ำทะเลจะลงจนเห็นหาดทรายทอดยาว อาคารทางซ้ายคือจุดที่เรานั่งรอขึ้นเรือ ภายในเรือ ภาพมืดไปนิดนึง เห็นแล้วนั่งได้เป็นร้อยจริงๆ มี2ชั้นด้วย นั่งเรือมาซักพักก็มาถึงจุดสำคัญของเกาะทะลุ คาดว่าจะเป็นส่วนนึงของอาหารของพวกเรา และแลวก็เดินทางมาถึงเกาะทะลุ อูย...ระวังเดี๋ยวล่วงลงมาทับผม มองย้อนกลับไป นั่คือเรือ speed boat ที่มารับเรา บริเวณสะพายปลาจะมีโขดหินเยอะแยะมากมาย หยิบสัมภาระแล้วก็เดินไปอ่าวมุข ถึงแล้ว....อ่าวมุข มาดูบรรยากาศรอบๆ นี่ไง บ้านพักของเราคืนนี้ 1 หลังมี 3 ห้อง แต่ละห้องมีห้องน้ำในตัวจ้า มีชิงช้าด้วยนะ คำว่าชิงช้ามีที่มาจากประโยคเต็มว่า "แย่งชิงกันใครช้าอด" ล้างขาก่อนขึ้นบ้าน เพื่อป้องกันทรายก่อความรำคาญ มาดูห้องพักกันบ้างดีกว่า ภายในห้องพักมีเตียงให้ 3 เตียง มีทีวีและห้องน้ำในตัว ภายในห้องน้ำมีหน้าต่างด้วย เอาไว้สำหรับคนที่อยากอาบน้ำไปโชว์หุ่นไป แอบเปิดโชว์หุ่นนิดๆ เผื่อจะมีสาวๆกรี๊ด (กรี๊ดดดด ผีทะเล!!) มาดูบ้านพักไกลๆอีกที บริเวณซุ้มนั่งพักและทานอาหาร ตรงนี้เป็ฯห้องน้ำและที่อาบน้ำจิดส่วนกลาง มีชิงช้าให้นั่งหลายจุด มีเสื้อชูชีพและเรือคะยัก พร้อมให้เล่น แต่ว่าสภาพเก่าไปหน่อยนะ เมนูมื้อเที่ยงปลาทอดกระเทียม ต้มยำความรักของแม่ครัว หวานเชียว ผัดผักรวม ไม่ว่าไปพักที่ไหนต้องมีเมนูนี้ และก็ต้องอร่ยทุกที่ ปลาหมึกผัดแสนอร่อย ทานข้าวเสร็จก็ออกมาพายเรือเล่นเพื่อชมเกาะส่วนตัวของพวกเรา และก็เริ่มเดินป่า พร้อมเจ้าด๊อบบี้หมาไฮเปอร์ ช่วยด้วยๆ แมงมุมยักษ์ จุดชมวิวเผื่อดูช่องทะลุ มองด้านล่างเห็ฯเรือลำเล็ก กำลังตกหมึก บริเวณทางเดิน กะปอมของจริง บ้านพักบางหลังก็เป็นแบบทรงไทย |
| เมื่อกลับจากจุดชมวิวมาถึงที่รีสอร์ทแล้ว ก็แยกย้ายกันไปนั่งพักจนเวลาประมาณ 17.00 น. ก็ได้เวลาไปตกหมึกกันแล้ว เจ้าหน้าที่ก็เตรียมอุปกรณ์ไว้เรียบร้อย ครั้งนี้พวกเราอกเรือไปกัน 3 ลำ โดยมีเจ้าหน้าที่ทางรีสอร์ทพายเรือให้เรา เราออกไปตกหมึกด้วยเรือคะยักครับ ในใจตอนนั้นผมก็คิดว่ามันจะตกได้ยังไง ไม่ได้คาดหวังเลยว่าจะได้ปลาหมึก เมื่อไปถึงที่ชายหาด ก็ปรากฏว่าเจ้าหน้าที่คนที่เราเห็นเขาตกหมึกตอนอยู่บนจุดชมวิวก็กลับมาพอดี ด้วยความอยากรู้ก็เลยไปขอดูว่าเขาได้ปลาหมึกกี่ตัว ก็เห็นว่าเขาได้มา 10 ตัว ทำให้เราคาดหวังขึ้นมานิดนึงว่าขอให้ได้ซัก2ตัวก็ยังดี ระหว่างที่เจ้าหน้าที่พายเรือพาเราไปตกหมึกเขาก็บอกเราว่า โดยปกติถ้าเป็นฤดูท่องเที่ยวก็จะไม่มีกิจกรรมนี้เพราะเจ้าหน้าที่มีจำกัด ลูกค้ามีเยอะพาไปตกหมึกไม่ไหว นี่ก็นับว่าเป็นข้อดีอย่างนึงที่เรามาเที่ยวช่วงนี้ คนไม่ค่อยมีเราก็เลยได้ออกไปนั่งเรือตกหมึก ระหว่างที่เรือเริ่มอ้อมเกาะมาเรื่อยๆ ซักพักก็ได้เวลาปล่อยเหยื่อ เหยื่อที่เราใช้เป็นเหยื่อปลอม(แนะนำว่าตัวสีส้มปลาหมึกจะชอบ) นั่งไปซักพักก็เริ่มต้นด้วยเจ้าหน้าที่จับหมึกได้ก่อน 1 ตัว เขาบอกว่าให้ถือเอ็นไว้แน่นๆถ้าหมึกติดเหยื่อมันจะดึงๆเส้นเอ็น นั่งเรือไปอีกซักพักผมก็รู็สึกว่าเหมือนมีอะไรดึงๆเส้นเอ็น ด้วยความตื่นเต้นรีบดึงมา และแน่นอนผมได้หมึกแล้ว..โอวว..ตัวแรกในชีวิตเลยนะเนี่ย หลังจากนั้นพวกเราทุกคนก็เริ่มจับได้เรื่อยๆ บางคนก็โดนปลาหมึกพ่นหมึกใส่เต็มหน้า บางคนก็จับได้หมึกก็หลุดไปก่อน เพราะว่าที่นี่ปลาหมึกเยอะมากพวกเราต่างสนุกสนานกับการตกหมึก บางครั้งเรากำลังนั่งเหม่อคิดโน่นคิดนี่ เจ้าหน้าที่ก็แอบมาดึงเส้นเอ็นให้เราตกใจนึกว่าปลาหมึกกินเหยื่อ รีบดึงใหญ่เลย...เจ้าหน้าที่ก็ขำหัวเราะใหญ่ -"- เขาว่า "เอาน่า...แก้เบื่อ ตื่นเต้นดี " หลังจากสนุกสนานกันได้ซักพัก พระอาทิตย์ก็เริ่มจะตกดิน และแล้วก็ได้เวลากลับรีสอร์ท เขาแนะนำเมนูเด็ดคือเอาปลาหมึกไปทำหมึกนิโกร(เอาปลาหมึกไปทอดโดยไม่ล้างหมึกออก) หน้าตาจะดำๆแต่อร่อยดีทีเดียว เพราะจริงๆแล้วหมึกของปลาหมึกมันออกรสหวาน เมื่อลองนับปลาหมึกดูแล้วรวมทั้งหมดพวกเราจับมาได้40กว่าตัว เยอะมากครับ กินคืนเดียวไม่ไหมแน่นอน หลังมื้อค่ำก็มีการพาพวกเราไปเดินดูปูไก่ ซึ่งจะออกมาให้ดูได้ตอนกลางคืน ปูชนิดนี้มีเพียงไม่กี่ที่ในประเทศไทยครับ เขาว่ามันไม่อาศัยอยู่ในทะเลเหมือนปูชนิดอื่นๆ สังเกตได้มันไม่มีกรรเชียงปู(แสดงว่าเนื้อไม่เยอะ) มันจะอาศัยอยู่บนบกตามซอกหินหรือปีนไปอาศัยบนต้นมะพร้าว จบจากกิจกรรมการดูปูแล้วก็เป็นเวลาส่วนตัว คืนนี้ใครจะพักผ่อน ใครจะเดินเช่นตามชายหาด หรือจะหาเรื่องเมาก็ตัวใครตัวมันแล้วทีนี้ นานๆจะได้มาทะเลทั้งทีใครจะรีบเข้านอน ส่วนผมก็นั่งสนทนาพูดคุยกับครอบครัว และสมาชิกใหม่ของครอบครัว น้องสะใภ้ที่แสนจะน่ารักและกวน....ไม่แพ้กัน จริงๆวันนี้ฟ้าครึ้มทั้งวัน มีฝนตกลงมาบ้างนิดหน่อยแล้วก็หยุด แต่มาตกเอาจริงๆก็ช่วงกลางคืนแล้ว ทำให้อากาศเย็นสบาย น่านอนที่สุดเลย |
คุณดาว เจ้าหน้าที่จอมเล่นมุข เป็นผู้พายเรือไปส่งผม อุปกรณ์ตกหมึกทำง่าย แต่ประสิทธิภาพการจับสูง จับได้แล้วตัวแรก..ตัวใหญ่มากๆ เจ้าหน้าที่บอกเราว่าเขาเคยจับได้ตัวยาวเท่าศอก ตกได้เพียบเลย ตัวใหญ่ๆทั้งนั้น เริ่มมืดแล้วเตรียมตัวกลับ บรรยากาศบนเรือ มืดลงเรื่อยๆ เมนูเด็ดหมึกนิโกร..ฝีมือจับหมึกของพวกเราเอง ปูผัดผงกะหรี่และอื่นๆอีกหลายอย่าง อันนี้ผมเรียกร้องเองครับ ปลาหมึกสดแล่บางๆ พร้อมน้ำจิ้มแซ่บ บางส่วนก็เอามาเผา ปลาหมึกหวานมากเพราะสดจริงๆ เจอแล้วปูไก่ อยู่ในซอกหิน มาดูหน้าตาชัดๆ ตัวนี้เป็นตัวเมียครับ ตัวนี้กำลังปีนขึ้นต้นมะพร้าว มาดูปูอีกชนิด ตัวนี้เขาเรียกปูหนุมาน เพราะมันมีลายคล้ายหนุมานที่ด้านหลัง ในรูปอาจจะดูไม่ชัด ต้องไปดูของจริงๆเอาเองนะจ๊ะ มาหงายดูด้านหลัง |
:: Copy Left 2005 by Kapom.com :: |