งานนี้มีหน้าเดียวจ้า

ถามเรื่องการเดินทางเข้ามาเยอะเนื่องจากทางโฮมเสตย์ไม่มีเว็บไซต์ ผมเลยทำเป็นแผนที่คร่าวๆมาให้สำหรับคนที่สนใจจะไปได้เอาไปเป็นลายแทงนะครับ

สวัสดีอีกแล้วจ้า วันนี้เอาเรื่องราวท่องเที่ยวมา update กันอีกที่นึง ที่นี่ผมไปมานานแล้วเหมือนกันแต่ไม่ได้มีโอกาสเอามาเขียน update ซักทีวันนี้ขออู้งานเอาเรื่องท่องเที่ยวมาเขียนซักหน่อยดีกว่า ถ้าพูดถึงจังหวัดจันทรบุรีแล้วสำหรับผมในสมัยเมื่อหลายปีก่อนผมคงจะมองผ่านไป เพราะคิดว่าเป็นทางผ่านไปตราดเพื่อไปเที่ยวเกาะกูด แต่วันนี้ผมต้องเปลี่ยนความคิดใหม่แล้วเพราะว่าที่นี่มีที่พักและท่องเที่ยวที่น่าสนใจมากทีเดียว ที่นี่มีชื่อว่า "ขลุงริเวอร์วิว" เป็นที่พักในรูปแบบโฮมเสตย์ จริงๆช่วงๆหลังๆมาผมมักจะชอบไปเที่ยวแบบโฮมเสตย์เพราะว่าทำให้เรารู้สึกเข้าใกล้ธรรมชาติ และราคาไม่แพงมาก รวมถึงอาหารที่เป็นของท้องถิ่นนั้นๆ ทั้งสดและอร่อย ย้ำว่าอร่อยมากๆจริงๆ ที่นี่เขาคิดเป็นแบบ Package คือราคาต่อหัว 1000 บาทถ้วน ในราคานี้รวมค่าที่พัก 2 วัน 1 คืน อาหารอีก 3 มื้อ

จุดเด่นอย่างแรกของที่นี่ก็คือ ที่นี่เป็นฟาร์มเลี้ยงปู ปูที่ผมบอกนี่คือปูทะเล หรือปูดำตัวใหญ่ๆนะครับ ที่นี่เขามีให้เรากินปูกันได้ทุกมื้อกินกันจนเบื่อปูไปข้างนึงเลย และจุดเด่นอันนี้เองที่ทำให้ผมเกิดความสนใจเป็นอย่างมากเพราะว่า ผมชอบกินปู 555 ในเมื่อจะได้เดินทางไปจันทรบุรีทั้งทีก็เลยต้องหาศึกษาข้อมูลซะหน่อยว่าที่จันทรบุรีมีอะไรให้เที่ยวบ้าง และแน่นอนผมก็พบว่าที่นี่มี Oasis Seaworld ซึ่งเป็นสถานที่แสดงโชว์ปลาโลมา ก็เลยขอจดไว้เลยว่าจะต้องไปให้ได้ เมื่อหาข้อมูลเพิ่มเติมอีกหน่อยก็รู้ว่า ที่จันทรบุรีมีการเลี้ยงปูนิ่มและเปิดเป็นร้านอาหารซึ่งต้องนั่งเรือออกไป เป็นร้านอาหารที่อยู่ในบริเวณป่าโกงกาง โดยส่วนตัวแล้วผมก็ชอบการนั่งเรืออยู่แล้วก็เลยจดไว้อีก 1 ที่ ที่จะต้องไปให้ได้ เท่านี้ผมก็ว่าเพียงพอสำหรับการท่องเที่ยว 2 วัน 1 คืนแล้วล่ะ งั้นก็เตรียมตัวตามผมมาได้เลยว่า ปูจะอร่อยแค่ไหน ^^

ในวันเดินทางผมเริ่มออกเดินทางตั้งแต่ตี 5 ไม่รู้ทำไมเวลาจะไปเที่ยวนี่มักจะตื่นเช้าได้เสมอ 555 เราใช้เส้นทางมอเตอร์เวย์วิ่งตรงไปเหมือนกับเส้นทางไปตราดปกติที่เคยไปบ่อยๆ เพียงแต่ครั้งนี้เราไปถึงแค่จันทรบุรี ตามที่วางแผนไว้ก็คือจะไปให้ทันดูแสดงโชว์ปลาโลมรอบแรกนั่นก็คือรอบ 9 โมงเช้า และเราก็ไปทันตามกำหนดการ คือไปถึง 8.50 น. การเดินทางไป Oasis Seaworld นี้ไม่ยากเลยเพราะว่ามีป้ายบอกทางตลอด ขับตามทางไปเรื่อยๆก็จะเจอเอง

จากประวัติของ Oasis Seaworld นั้นเจ้าของเขาสร้างที่นี่ขึ้นมาเนื่องจากสงสารปลาโลมาที่ถูกชาวประมงจับได้ แล้วเอาปแล่เนื้อขายก็เลยขอซื้อต่อมาเลี้ยงดูแลจนแข็งแรง และก็ลองฝึกปลาโลมาดูจนสามารถแสดงได้ ก็เลยเปิดเป็นสถานที่แสดงปลาโลมาซะเลย ที่นี่ฝึกสอนด้วยคนไทยทั้งหมด และด้วยเหตุผลนี้เองทำให้ผมอยากมาอุดหนุนซะหน่อย ราคาค่าตั๋วก็ไม่แพงครับคนละ 90 บาทเท่านั้นเอง จริงๆจะเก็บแพงกว่านี้หน่อยก็ได้นะผมว่า 90 บาทนี่ถูกจริงๆ แต่เนื่องด้วยราคา 90 บาทมั้ง ตัวสถานที่เลยอาจจะดูเก่าไปบ้าง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นแล้วผมว่าอะไรก็ไม่สำคัญเท่าการแสดง เนื่องจากว่าผมไม่เคยดูการแสดงโลมาโชว์จากทีไหนเลย ผมก็เลยรู้สึกประทับใจมากพอสมควร และอยากให้หลายๆคนช่วยมาอุดหนุนที่นี่ ไม่อยากให้เอาไปเปรียบเทียบกับของต่างประเทศ เพราะว่าที่นี่เมืองไทยและราคา 90 บาทเท่านั้น ถ้าไปต่างประเทศไม่รู้ราคากี่พันบาท แวะมาอุดหนุนให้เขามีรายได้เพียงพอและปรับปรุงสถานที่ได้ผมว่า อีกหน่อยก็คงดีไม่แพ้ต่างประเทศแน่นอน เป็นคนไทยด้วยกันก็น่าจะช่วยกันสนับสนุนของไทย จริงไหมคร๊าบบบ



บริเวณจุดนั่งรอชมการแสดง


นั่งซักพักเห็นอะไรโผล่จากน้ำว่ายมาทางเรา นี่ต้องเป็น...กระซู่แน่ๆ(- -")


เจ้านี่นี่เองนึกว่าเป็นกระซู่


จำนวนผู้เข้าชมรอบ 9 โมงเช้า


ซักพักเจ้าหน้าที่ก็ออกมาพร้อมเสียงดนตรีอลังการณ์ โปร้ง เปร้งๆ


เริ่มต้นด้วยแสดงการตีหางเข้าจังหวะ(จังหวะใครจังหวะมัน)


ต่อด้วยการกระโดดรอดห่วง


และโลมาเหินเวหา..


โลมาเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมก็เลยให้เลี้ยงลูก.....บอล


นอกจากจะเลี้ยงลูกแล้วยังเตะลูกได้อีกด้วย โอ้ว..


แล้วก็แอบมาใส่หมวกเท่ห์ๆ


นี่แหน่ะๆ พ่นน้ำใส่ซะเลยหมั่นไส้ครูฝึก


กระโดดขึ้นมาหอมแก้ม..จ๊วบบ


แสดงการรอดห่วงอีกครั้ง


เพิ่งรู้ว่าปลาโลมาก็สายตาสั้น 555


นอกจากแสดงแล้วยังทำหน้าที่นวดครูฝึกได้อีกต่างหาก


นึกว่าชาลวัน วิ่งบนน้ำ จริงๆแล้วเป็น ชาลทู ขี่ปลาโลมา(โห..กล้าเล่นมุข)


เก่งมากเลย ยืนบนหลังปลาไม่ตกน้ำ


แสดงเสร็จออกมาเดินดู มีขายของ ขุมทรัพย์อินเดียน่าโจน


นี่คือ โต๊ะเจียระไนพลอย


ขุมทรัพย์เป็นเครื่องประดับมากมาย


มีเลี้ยงและขายปลาพันธ์อื่นๆด้วยนะ


เดินออกมาหน่อยตรงนี้คงเป็นบ่อพักฟื้นปลา


ตัวนี้ท่าทางจะแก่แล้ว



การแสดงใช้เวลาประมาณ 40 นาที สำหรับใครที่สนใจอยากไปเยี่ยมชม การแสดงปลาโลมา สามารถเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติม และรอบเวลาการแสดงได้ที่ http://www.oasisseaworld.net หลังจากที่ชมการแสดงเสร็จ เราก็เดินเที่ยวภายในบริเวณนั้นซักพัก ดูของฝาก ดูปลา ดูโน่นดูนี่ ก็เตรียมตัวไปหาของกินได้แล้วคราวนี้เราจะไปที่ฟาร์มปูนิ่มกัน จากที่เคยกินอยู่ที่ กทม. คราวนี้ขอไปกินถึงที่เลย และจะดูว่าเขาเลียงปูนิ่มกันยังไง
เมื่อเราเดินทางไปถึงที่ท่าเรือ เจาหน้าที่ของร้านอาหารก็มารอเราอยู่พอดีพร้อมกับแขกคนอื่นๆ ผมชอบนั่งเรือมากลมเย็นและเรือก็พาเราลัดเลาะไปตามป่านโกงกาง นั่งเรือไปได้ซักประมาณ 15 นาทีก็มาถึงฟาร์มปูนิ่ม ไม่น่าเชื่อว่าร้านอาหารอยู่ในนี้แต่ว่ามีคนมาเยอะแยะไปหมด แสดงว่าร้านนี้ก็ค่อนข้างเป็นที่รู้จักพอสมควร และสำหรับหลายๆคนที่เดินทางมาตราดก็สามารถแวะมาทานปูนิ่มที่นี่ได้ เพราะเลี้ยวเข้ามาากทางเส้นหลักไม่ไกลมาก อาหารที่นี่ไม่ได้มีแค่ปูนิ่มอย่างเดียว ก็ยังมีอาหารอื่นๆอีกหลายอย่าง หลายเมนู แต่เมนูปูนิ่มที่นี่จะมีเยอะหว่าร้านอื่นๆ เรียกได้ว่าแทบจะเอาปูนิ่มไปทำทุกอย่างเลยก็ว่าได้ ราคาก็ไม่แพงปริมาณอาหารเยอะมากๆๆๆๆครับ ผมทานไม่หมดเลย

ป้ายร้านฟาร์มปูนิ่มอยู่เด่นเป็นสง่า


เรือจอดรอรับอยู่แล้วพร้อมสมาชิกอีกหลายๆคน


จากในเรือ่ายขึ้นมาบริเวณท่าเรือ


เรือพาเราวิ่งผ่านป่าโกงกาง อากาศดีมากครับ


ไปเรื่อยๆๆ


บริเวณแถวนี้เป็นที่เลี้ยงสัตว์ทะเลมากมาย เลยจะมองเห็นที่พักริมทางอยู่อย่างสม่ำเสมอ


นี่คือกระต๊อบพักกลางน้ำ อยากลองไปพักเหมือนกัน


ตรงนี้คือที่เลี้ยงหอยนางรม


นั่งเพลินๆก็เริ่มมองเห็นร้านอาหาร จุดหมายปลายทางของเรา


แทบไม่เชื่อว่า มีลูกค้ามาอุดหนุนไม่ขาดสาย


บริเวณทางเดินบนร้านอาหาร


ในร้านอาหารยังมีส่วนที่ร่มรื่น ผมเลือกนั่งตรงนี้เพราะธรรมชาติมากๆ
แถมยังมีเปลให้เรานั่งพักอีกต่างหาก ..เผื่อเวลาอิ่มแล้วอยากนอน


มองไปทางนี้เห็นผู้คนมากมาย


พวกมีคู่ก็นั่งกินข้าวกระหนุงกระหนิง..น่าหมั่นไส้จริงๆ 555


ตรงนี้ที่เรานั่งไม่มีหลังคาแต่จะเป็นร่มใม้แทน


มองไปไกลๆก็จะมีไม้ปักเอาไว้เลี้ยงหอยนางรม


มาแล้วพระเอกของเรา ปูนิ่มทอดกระเทียมพริกไทย


อาหารทั้งหมดที่เราสั่ง ได้เยอะมากๆครับ


อิ่มแล้วก็แวะมาดูริเวณฟาร์มเลี้ยงปู


ขอเดินเข้ามาดูชมซะหน่อย


ที่นี่ต้องคอยดูตลอดทุกๆ 4 ชั่วโมง ถ้าปูลอกคราบเมื่อไหร่ก็จับออกมาได้เลย


ตัวอย่างปูที่ลอกคราวอกมาแล้ว ตัวจะนิ่มมากๆ

หลังจากที่อิ่มหนำสำราญแล้วก็เรียกเจ้าหน้าที่เพื่อให้ไปส่งเราที่ ท่าเรืออีกครั้ง ตอนแรกตั้งใจว่าจะซื้อปูนิ่มกลับบ้านไปด้วย แต่กลัวว่าเอาไว้ข้ามวันแล้วจะไม่ดีเสียก่อนก็เลยไม่ได้ซื้อติดกลับบ้าน เอาไว้ค่อยหาเวลามาใหม่อีกรอบดีกว่า เมื่อกลับถึงท่าเรือแล้วเราก็ได้เวลาออกเดินทางไปที่จุดหมายหลักของเราเสียทีนั่นก็คือที่ ขลุงริเวอร์วิว เพื่อไปกินปู(อีกแล้ว) 555

เส้นทางไปที่ขลุงริเวอร์วิวนั้น ค่อนข้างจะไม่ใช่ทางถนนแบบทั่วๆไป ช่วงแรกจะเป็นถนนราดยาง แต่ขับไปซักพักทางจะเริ่มเปลี่ยนเป็นดินลูกรัง ถนนจะมีช่วงเป็นหลุ่มเป็นบ่อบ้าง จึงไม่แนะนำให้เอารถที่โหลดต่ำมานะครับ ขับไปเรื่อยๆครับไม่ต้องเร่งถือว่าชมนกชมไม้ไป ตอนแรกในใจผมยังคิดเลยว่าเรามาผิดที่หรือเปล่า เพราะทางมันดูห่างไกลความเจริญไปเรื่อยๆ แต่พอเลยไปซักพักก็จะมีป้ายบอกทางเป็นระยะๆ ก็เลยพออุ่นใจได้ว่าไม่ผิดทาง ขับไปเรื่อยๆซักพักก็เริ่มมองเห็นหลังคาบ้านพักแต่ไกล ก็เดาเอาว่าคงจะใช่ และก็ไปตามทางเรื่อยสักพักก็ถึงที่หมายของเรา เย้ๆ..ไม่หลงทางแล้ว

ที่พักที่นี่ค่อนข้างจะจัดให้เป็นธรรมชาติมากกว่าจะจัดให้ดูหรูหรา บรรยากาศสบายๆมีลมพัดเย็น วินาทีแรกที่เราไปถึงผมเห็นบ้านพักกลางน้ำ โดดเด่นมาแต่ไกล ให้ความรู้สึกเหมือนกับไปพักที่ Maldive ได้เลยนะเนี่ย 555 ตอนนั้นในใจก็คิดว่าอยากไปนอนพักที่บ้านหลังนี้ แต่เนื่องจากว่าบ้านหลังนี้ไม่มีห้องน้ำ จะต้องไปใช้ห้องน้ำรวม จริงๆห้องน้ำรวมที่นี่ก็สะอาดมากนะครับแต่ต้องเดินหน่อยกลัวกลางคืนเมาๆเดินตกน้ำซะก่อน ผมก็เลยเลือกไปนอนบ้านทาร์ซานซึ่งเป็นบ้านบนต้นไม้ อย่างน้อยไม่ได้ในน้ำก็ขอบนต้นไม้ละกัน 555 ที่บ้านนี้จะมีห้องน้ำส่วนตัวอยู่ นั่งพักซักพักก็มีปูนึ่งกับหมึกย่างมาเสิร์ฟให้รองท้องกันก่อน ยังไม่ทันหายอิ่มจากปูนิ่มเลยก็มาต่อด้วยปูทะเลกันซะแล้ว เอาน่าไม่กลัวหรอกเรื่องกิน ว่าแล้วก็จัดการโซ้ยซะเรียบ

หลังจากโซ้ยปูเรียบร้อยก็เดินเล่นชมส่วนต่างๆของที่พัก เจอเจ้าหน้าที่ก็แซวเขาเล่นๆว่าขอปูอีกจาน ทั้งที่อิ่มมากๆๆๆเลยในตอนนั้น ไม่คิดว่าเขาจะเอามาจริงๆ เดินเล่นซักพักเขาก็ยกมาให้อีกจานนึง ตอนนั้นปูก็ปูเถอะ แต่อิ่มมากเหลือเกิน 555 เลยกะว่าเก็บไว้กินเรื่อยๆตอนเย็น แต่จนแล้วจนรอดก็ยังไม่หายอิ่มซักที เวลาผ่านไปไม่นานก็ได้เวลามื้อเย็นซะแล้ว โอว..พระเจ้าช่วย ปูยังรอเราอยู่ที่ห้องอยู่เลยนี่มือ้ใหม่มาอีกแล้ว เลยต้องเดินไปบอกแม่ครัวว่าอย่าเอาเยอะเลยนะเพราะอิ่มมากๆ นี่นับว่าเป็นครั้งแรกที่ผมต้อง ขอให้ทางที่พักลดปริมาณอาหารเพราะเกรงใจเขากลัวกินเหลือ 555

เสร็จจากมื้อดึกก็เดินกลับบ้านพัก เจ้าหน้าที่บอกว่าตอนตี 1 เขาจะออกไปดักกุ้ง ถ้าสนใจก็มาด้วยได้ แต่เนื่องจากคืนนั้นด้วยปูด้วยอาหารและเครื่องดื่มอีกนิดหน่อย ทำให้หนังตาหนักเกินกว่าจะห้ามใจได้ เลยเผลอหลับไปตอนไหนไม่รู้ตัว น่าเสียดายจริงๆเลยไม่มีรูปมาให้ทุกคนได้ชมกัน

เส้นทางไป ขลุงริเวอร์วิว


ซักพักเริ่มลังเลว่าเรามาถูกทางจริงหรือเปล่า 55


มองเห็นหลังคาไกลๆ เดาเอาว่าใช่


ภายในบริเวณ ทางเดินไปบ้านพัก


มองจากบ้านพักกลับไป


มองขึ้นมาบ้านทาร์ซานของเรา 555


มาดูอีกมุม


บันไดขึ้นทำจากไม้ป่าโกงกาง แข็งแรงทนทานมาก


มาดูใกล้ๆ ถ้าเมาก็มีโอกาสพลาดได้


มุมจากด้านบน


บริเวณบนบ้านจะโล่งๆ มีพัดลมฟูกหมอนและมุ้ง


เอาไว้นั่งชมวิวตอนค่ำคืน ดูแล้วเมากลิ้งไม่ตกน้ำแน่นอน


มองลงไประเบียงบ้านอีกหลังนึง


อีกมุมนึงของระเบียงด้านหลังบ้านเราเอง


ทุกระเบียงของแต่ละบ้านจะยื่นไปในน้ำ ให้เห็นวิวสวยๆ


ตรงนี้ระเบียงหน้าบ้าน


มองไปเห็นป่าโกงกาง


ได้เวลามาสำรวจห้องน้ำกันบ้าง


ภายในดูเป็นธรรมชาติดีมาก


มีฝักบัวอาบน้ำ น้ำเย็นมากๆ


มีตะเกียงติดไฟ ให้สว่างยามค่ำคืน


ไฟทางเดินดีไซน์เท่ห์มาก


มาแล้วอาหารว่าง


ออกมาเดินถ่ายรูปเล่นเพื่อย่อยอาหาร


บ้านพักแบบเป็นแพก็มีกรณีมาหลายสิบคน


และที่นี่จุดเด่นของที่นี่คือบ้านกลางน้ำ


ขอเดินไปเยี่ยมชมซักหน่อย


ภายในบ้านจะมีที่นั่งล้อมรอบบ้าน ให้สังสรรค์กันได้เต็มที่


มีตะเกียงติดไฟเอาไว้ดูเข้ากับบรรยากาศมากๆ


มีของประดับไม้แะสลักมากมาย


มองออกไปรอบๆเป็นนาเลี้ยงปู


พื้นที่กว้างสุดลูกหูลูกตาจริงๆ


ไปเดินเล่นถ่ายป่าโกงกางต่อ


ขอถ่ายอีกรูปจากมุมนี้


ตรงนี้คือห้องน้ำรวมสำหรับบ้านหลังที่ไม่มีห้องน้ำ สะอาดเอี่ยมครับ


มาแล้วมื้อดึกปลา...นึ่งมะนาว


กุ้ง...ต้มยำ...และ..พอแล้วป้าผมกินไม่หมด


แถมทอดมันกุ้งมาให้อีกจาน ทอดมันที่นี่อร่อยมากๆครับ


มีผลไม้ปิดท้าย..โอยอิ่มไม่ไหวแล้วใครช่วยด้วย


ถ่ายภาพบบรรยากาศตอนกลางคืน เหมือนฉากในหนังสยองขวัญเลยแฮะ

รู้สึกตัวตอนตื่นนอนเช้าวันนี้ไม่รู้ว่ากี่โมงแต่ว่าฝนตกพรำๆ อากาศดีมากเย็นสบาย ก็เลยขอนอนต่ออีกซักหน่อยเพราะว่าจำได้ว่าบอกป้าไว้แล้วว่าอาหารเช้าไม่ต้องรีบจะตื่นสาย 555 กว่าจะตื่นจริงๆก็ปาเข้าไป 10 โมงกว่าแล้วอาบน้ำเรียบร้อยก็ 11 โมงพอดี ได้เวลาลงมาทานอาหารเช้า ตอนนี้เริ่มรู้สึกว่าอาหารย่อยไปบ้างแล้ว พร้อมรับอาหารมื้อต่อไป วันนี้มีอาหาร 2 มื้อรอเราอยู่คือมือ้เช้ากับบ่าย แต่กว่าเราจะลงมาทานก็ปาไปเกือบเที่ยงแล้วแบบนี้ป้าก็เลยบอกเราว่า เดี๋ยวทานเสร็จไม่รีบไปไหนก็นั่งพักก่อนได้ ซักบ่าย2 ค่อยทานมื้อเที่ยงก็ได้ ว่าแล้วเราก็ลงมือทานมื้อเช้าตอนเกือบเที่ยง มื้อเป็นข้าวต้มกุ้งอร่อยมากครับ และก็ตามมาด้วยเส้นจันทร์ผัดปู+กุ้ง อร่อยอีกเหมือนกันเลยทานไปซะเยอะเลย ลืมไปว่าเดี๋ยวมีอีกมื้อ..โอ๊ะ.แย่แน่ๆ

หลังจากทานเสร็จก็เลยเดินเล่นไปดูจุดที่เขาดักกุ้งเมื่อตอนกลางคืนที่ไม่ได้ไปดู ที่นี่เข้าทำนาระบบเปิด คือมีทางน้ำเชื่อมต่อกับระบบภายนอก และจะมีประตูคอยเปิดปิดเพื่อให้น้ำเข้าออกเป็นการถ่ายเทระบบน้ำและเอาอาหารจากธรรมชาติเข้ามาในนา ส่วนตอนกลางคืนเขาก็จะปล่อยน้ำออกไปและวางที่ดักกุ้งไว้ น่าเสียดายที่ไม่ได้มาดู แล้วก็ไปเดินเล่นซักพักป้าก็ชวนให้ไปตกปลาเล่นก็เลยไปกับเขาหน่อย ส่วนใหญ่ก็ได้ปลาตัวเล็กไม่ใหญ่มาก สงสัยฝีมือไม่ดีพอ เวลาผ่านไปได้ซักพักก็ได้เวลามื้อเที่ยง(ที่กินบ่าย)อีกแล้ว

เสร็จจากมื้อนี้ก็ได้เวลาไปกู้รอกดักปูแล้ว ผมก็เลยขออาศัยติดเรือไปกับเขาด้วยเพื่อไปดูว่าปูที่จับได้จากในนาเขาจะตัวใหญ่แค่ไหน เจ้าหน้าที่เขาก็พายเรือออกไปเรื่อยๆ และเมื่อถึงจุดที่วางรอกไว้เขาก็จะดึงขึ้นมา และก็ได้ปูติดมาจริงๆด้วยๆ ส่วนใหญ่แล้วจะตัวใหญ่มากๆ ที่นี่อุดมด้วยปูจริงๆ ในบริเวณที่เป็นนากุ้งเท่าที่สอบถามจากป้าแล้ว ถ้าผมจำไม่ผิดจะกว้างนาละประมาณ 25 ไร่ ที่นี่มีทั้งหมด 2 นาปู นับได้ว่ากว้างมากๆทีเดียว ดูแล้วเป็นชีวิตที่มีความสุขดีมากเลย

กลับจากกู้รอกดักปูแล้วพวกผมก็ไปนั่งพักซักพักก็ได้เวลาเดินทางกลับแล้ว ตอนแรกตั้งใจว่าจะแวะน้ำตกพริ้วด้วยแต่ว่าสงสัยจะไม่ทันซะแล้ว ก็เดินทางกลับกรุงเทพเลยดีกว่าก่อนกลับผมก็ขอซื้อปูเป็นๆจากที่นี่ได้ตัวใหญ่มากๆกิโลละ 200 บาทเท่านั้น ถ้าเป็นที่กรุงเทพตัวนี้คงกิโลละ 500-600 บาทแน่ๆ สำหรับใครที่สนใจมาเที่ยวที่นี่ โฮมเสตย์ขลุงริเวอร์วิว มากินปูกันแบบจุใจตัวใหญ่ๆ สามารถติดต่อมาได้ที่เบอร์ "084-1138370" และก็เพื่อความสนุกอย่าลืมเตรียมยาทากันยุงไปกันด้วยนะคร๊าบบ เพราะป่าโกงกางย่อมจะยุงเยอะเป็นธรรมดา และก็ขอให้สนุกกับการกินปูนะครับ เอิ๊ก..ว่าแล้วผมก็อยากไปอีกรอบ ไปแก้ตัวที่คราวนั้นต้องไปบอกให้เขาลดปริมาณอาหาร 555 อยากให้ทุกคนแวะไปอุดหนุนคุณลุงคุณป้าที่โฮมเสตย์ ขลุงริเวอร์วิวมากครับ ลุงกับป้าใจดีมากๆ ผมเองก็คงหาเวลาไปอีกรอบให้ได้ แล้วเอาไว้เจอกันทริปหน้านะครับ


มุมต่างๆยามเช้าหลังฝนตก


ข้าวต้มกุ้งแสนอร่อย


เส้นจันทร์ผัดปูผัดกุ้งอร่อยมากๆ


อิ่มแล้วก็มาเดินเล่นเพื่อดูจุดดักกุ้งที่อดไปดูเพราะหลับเสียก่อน


ตรงนี้เองประตูน้ำที่คอยเปิดปิดเพื่อดักกุ้ง


หันมาอีกด้านเชื่อมกับระบบภายนอก


เป็นระบบเปิดเพื่อให้อาหารจากภายนอกเข้ามาเลี้ยงปูในนา


มองไปไกลๆเห็นบ้านกลางน้ำ เพื่อให้รู้ว่าพื้นที่นาเขากว้างมากๆ


เรือยนต์เอาไว้พาเราไปรับลม


เตรียมมาตกปลาเล่น


ปลาน้อยผู้น่าสงสาร..


น้ำพริกไข่ปูพร้อมผัก อร่อยสุดๆ ผมยิ่งชอบกินไข่ปูอยู่แล้ว


ปูมาอีกแล้วพร้อมๆกับอีกหลายๆอย่าง


ต้มส้มปลากระบอก


มาดูไข่ปูซะก่อน เห็นรูปนี้ทีไรผมสังเคราะห์รสชาติไข่ปูได้เองทุกทีเลย 555


มาดูตัวปูใกล้ๆซักนิด


ก้ามโตๆเนื้อแน่นๆ


ออกเรือไปกู้รอกดักปูกันดีกว่า


เอ้า..บึ๊ด จ้ำ บึ๊ด


พายออกมาไกลเลยครับ


ได้แล้วๆๆๆตัวใหญ่ๆ


ได้แล้วก็เอาปลาเหยื่อมาใส่ไว้และหย่อนลงน้ำที่เดิม


จับได้เรื่อยๆ


มองไปไกลๆเห็นหลังคาบ้านกลางน้ำ


ลืมบอกไปชื่อน้องนัทครับผม น้องเขานิสัยน่ารักดี


มีเรือจมด้วย


ปูที่จับได้ก็เอามาผ่านการตรวจสอบคุณภาพด้วยคุณลุง
ตัวไหนเนื้อยังไม่แน่ไม่ผ่าน ก็ปล่อยกลับไป


รับรองได้ว่าคุณได้กินปูเนื้อแน่นๆ อร่อยๆทุกตัวแน่นอนจ้า
:: Copy Left 2005 by Kapom.com ::