งานนี้มีหน้าเดียวจ้า

ถามเรื่องการเดินทางเข้ามาเยอะเนื่องจากทางโฮมเสตย์ไม่มีเว็บไซต์ ผมเลยทำเป็นแผนที่คร่าวๆมาให้สำหรับคนที่สนใจจะไปได้เอาไปเป็นลายแทงนะครับ


แถมรายละเอียดบน Google Map ให้ดูด้วย

ดูแผนที่ขนาดใหญ่ขึ้น

สวัสดีคร๊าบบบ วันนี้แอบอู้งานเอาเรื่องท่องเที่ยวตอนปีใหม่มา update ซะหน่อยก่อนที่จะลืมไปซะก่อน เหมือนหลายๆเรื่อง เนื่องจากช่วงนี้งานรุมเร้าเหลือเกิน แต่เงินหายไปไหนหมดก็ไม่รู้ 5555 ทริปนี้ก็ไปที่เดิมที่เพิ่งไปมาไม่นาน เนื่องด้วยทนกับเสียงรบเร้าของผู้คนรอบข้าง ทั้งพ่อแม่พี่น้อง และญาติสนิทมิตรสหายไม่ไหว แหม..ใช่ซี้ ตอนชวนไปครั้งแรกไม่มีใครไปด้วยเลย แต่พอกลับมาแล้วเอารูปให้ดูก็จะไปกันใหญ่เลย 555 ด้วยเหตุผลตามนี้ทำให้ปีใหม่ปีนี้ผมก็เลยได้ไปกินปูอีกครั้ง และนับว่าเป็นนัดล้างตากันเลยทีเดียว เนื่องจากคราวที่แล้วผมไม่ได้เตรียมตัวว่าจะมาเจออาหารอร่อยและดีขนาดนี้ วันนี้เรามาเอาคืน 555

ครั้งนี้เราเดินทางกันเช้าวันที่ 31 ธันวาคม 2551 นัดกันไว้ว่าจะออก 6 โมงเช้า แต่เอาเข้าจริงๆก็ออกช้ากว่ากำหนดตามระเบียบ ครั้งนี้เนื่องจากสมาชิกเยอะมาก เลยต้องจัดรถไป 3 คัน ก็ขับไปตามทางเรื่อยๆนัดเจอกันเป็ฯจุดๆเพื่อเช็คไม่ให้หลงทาง ในการเดินทางครั้งนี้ ผมตั้งใจว่าอยากไปพักผ่อนจริงๆที่ขลุงริเวอร์วิว และอยากจะแวะไปเยี่ยมน้ำตกพลิ้วซะหน่อย เพราะผ่านมาหลายทีแต่ไม่เคยแวะเลย

พวกเราเดินทางมาถึงน้ำตกพลิ้วตอนเวลาประมาณ 11 นาฬิกา และก็ได้หาซื้ออาหารสำหรับมื้อเที่ยงมาทานกันที่น้ำตกพร้อมทั้งได้ซื้อถั่วฝักยาวมาหลายกำมือ เขาบอกว่าเอาไปให้เป็นอาหารปลา ..เอ๊ะ..ทำไมปลากินถั่วฝักยาว เชื่อไม่เชื่อก็ต้องไปพิสูจน์ดูนะครับ อ้อ..และก็ที่สำคัญเลย ถ้าจะมาซื้อให้เข้าไปซื้อร้านด้านในได้เลยนะครับ ที่น้ำตกนี้มีเรื่องแปลกอยู่อย่างนึงก็คือ ยิ่งร้านที่อยู่ไกลน้ำตกจะยิ่งขายของราคาแพงครับ คิดดุสิถั่วฝักยาวซื้อตรงที่จอดรถมัดละ 20 บาท ซื้อ 3 มัด 50 บาท..โอ้โห..แม่ค้าใจดีเป็ฯเจ้าเข้า..ยังไม่ทันต่อราคาก็ลดให้แล้ว 555 ลองเดินไปอีกซักพัก เหลือกำละ 15 บาท เดินๆเข้าไปด้านในหน่อยมีขายกำละ 10 บาท.....มองโลกในแง่ดีหน่อยก็คือเรากำลังทำให้เงินหมุนไปสู่ชุมชน ล้า ลา

ที่น้ำตกพลิ้วนี้คนเยอะมากเหมือนกันครับ ไม่น่าเชื่อว่าน้ำตกไม่ใหญ่มากจะมีคนเยอะขนาดนี้ แถมยังมีฝรั่งนุ่งบิกินนี่เดินไปมาเต็มไปหมดด้วยสิครับ ดูซิทำเอาผมไม่เป็นอันทานข้าวเลย 555 พอทานข้าวเสร็จก็ได้เวลาเดินชมน้ำตก และให้อาหารปลาด้วยถั่วฝักยาว ส่วนใหญ่ก็จะหักกันเป็ฯท่อนๆแล้วโยนลงน้ำไป ปลาก็จะมารุมกินถั่วก็สนุกดีครับ เดินชมวิวทิวทัศน์และนั่งพักให้หายง่วงจากการขับรถมา ยิ่งไปช่วงปีใหม่นี้อากาศกำลังเย็น น้ำก็เลยยิ่งเย็นมากครับ



เริ่มต้นที่ปสกทางเข้าน้ำตก คนเยอะจริงๆถ่ายมาติดแต่คน 555


เจ้าด๊อบบี้ทำหน้าจ๋อย..อุทยานแห่งชาติห้ามนำสัตว์เลี้ยงเข้าจ้า..


ภายในตัวอุทยานดูร่มรื่นมากครับ มิน่าละคนมาเยอะเชียว


มีป้ายบอกทางตลอดดีมากเลยครับ


ป้ายข้างนอกคนเยอะมาถ่ายป้ายนี้ก็ได้ เช๊อะ.. ^^


มาถึงจุดนี้ห้ามนำอาหารและเครื่องดื่มผ่าน เพื่อเป็นการป้องกันขยะ เอาเข้าได้แค่ถั่วฝักยาวไปให้ปลา


ผ่านได้ๆ ปี๊ดๆๆ สู้ตายย


และแล้วก็มาเจอปิรามิด ไม่ต้องถ่อสังขารไปถึงอียิปต์ก็ได้ 555


มีประวัติให้อ่านด้วย


อ่านแล้วจำไว้นะทู๊กกกคนนน


แอบถ่ายจากด้านบนเห็นเงาตัวอะไรดำๆในน้ำ


นี่เองฝูงปลาพลวงที่เราจะมาเอาถั่วฝักยาวให้กิน


อ้าว พ่อหนุ่มไปอยู่ฝั่งนั้นได้ยังไง กระโดดลงน้ำระวังปลาตอดนะ 555


บางคนก็มาเล่นตรงจุดที่น้ำตื้น ไม่ต้องกลัวปลาตอด


เริ่มให้อาหารปลา ปลาก็มารุมอยู่แถวเราหมด


หันมาอีกที อ้าว..โดดลงมาแล้ว...ระวังโดนตอดถั่วฝักสั้นนะคร๊าบบ 555


รูปปั่นที่ระลึก....


เจดีย์..


สร้างมาตั้งแต่ปี 2419 แล้วน่ะ..นานมากเลยผมยังไม่เกิด


ผู้คนมากมายมาเล่นน้ำ


มีทางแยกให้เลือกเดิน..เหมือนชีวิตคน จะได้เพียงชื่นชมห่างๆหรือได้สมผัส 555





เสร็จจากน้ำตกพลิ้วก็ได้เวลาเดินทางไปที่พักของเราแล้ว โดยในครั้งนี้ก็ต้องมีผมเป็นผู้ขับนำทางครับ เพราะว่าเคยมีประสบการณ์เดินทางมาก่อน หนทางครั้งนี้แตกต่ารงจากครั้งก่อนพอสมควร เพราะช่วงก่นที่ผมมานั้นเป็นช่วงปลายฝน ต้นไม้รอบๆสองข้างทางก็ยังเขียวชะอุ่ม มาครั้งนี้มีแห้งๆไปบ้างก็คงเป็ฯเพราะหน้านาวนั่นเอง แต่ยังไงก็ยังอาหาศดีเหมือนเดิม ถึงแม้ว่าผมจะบอกว่าเคยมาแล้วครั้งนึง แต่ด้วยหนทางไปยังที่พักนั้น ช่างดูไม่เหมือนเส้นทางไปที่พักเลย จนหลายๆคันที่ขับตามมาคิดว่าผมขับหลงทางครับ 555 แหม..เชื่อใจกันหน่อยก็ไม่ได้ เดี๋ยวก็พาไปหลงเล่นๆซะหรอก
เมื่อมาถึงที่พักแล้ว ผมก็ได้เดินสำรวจที่พักเหมือนทุกครั้งที่ไปเที่ยว การมาถึงครั้งนี้รู้สึกว่าอากาศดีกว่าตอนที่มาครั้งที่แล้ว เพราะครั้งนี้พอก้าวลงรถมาถึงก็มีลมพัดเย็นตลอดเวลา และคราวนี้ผมตั้งใจว่าจะมานอนบ้านกลางน้ำให้ได้ ถึงแม้จะต้องเดินมาเข้าห้องน้ำที่ฝั่งก็ตาม แต่เมื่อไปถึงบ้านกลางน้ำแล้วก็ต้องแปลกใจมากเพราะว่าที่บ้านกลางน้ำนี่ลุงแกได้สร้างห้องน้ำไว้แล้วครับ โดยฝังท่อกักลงไปในน้ำลงใต้ดินไปเลย โดยที่บ้านกลางน้ำจะมีห้องน้ำถึง 2 ห้องเชียว ดีจริงๆ สอบถามทางคุณลุงเจ้าของ เขาก็บอกว่าอยากอำนวยความสะดวกให้กับแขกที่มาพัก ก็เลยลงทุนเอาท่อมาทำเองเลย


ในเรื่องของกิจกรรมผมคงไม่ต้องพูดถึงมากเพราะครั้งที่แล้วผมก็ได้พูดไปทีนึงแล้ว แต่ว่าครั้งที่แล้วผมไม่ได้ไปตักกุ้งด้วย ครั้งนี้เลยไม่ยอมพลาดกิจกรรมใดๆก็ตามของทางที่พัก จะได้เอารูปมาให้ทุกคนดูด้วย โดยในครั้งนี้นอกจากกิจกรรมตักกุ้งแล้วก็ยังมีกิจกรรมเพิ่มมาด้วยอีกอย่างก็คือ การออกเรือไปวางอวนดักปลาตอนกลางคืน โดยครั้งนี้ที่ผมไปลุงเขาได้เริ่มไปตักกุ้งตอนเวลาประมาณ 2 ทุ่ม ครั้งที่ผมไปครั้งแรกต้องไปตักตอนตี 2 แน่ะ เลยเผลอหลับไปซะก่อน อาจจะเป็นเพราะช่วงฤดูแตกต่างกัน ทำให้ช่วงน้ำขึ้นน้ำลงแตกต่างกันก็เป็นได้ การตักกุ้งที่นี่อาศัยจังหวะช่วงน้ำทะเลลดก็จะเปิดน้ำภายในบ่อให้ระบายออกไปนอกย่อแล้วขึงอวนดักทางน้ำออกไว้ ก็จะได้ทั้งปลา ทั้งปู และกุ้งมามากมายเลย ไม่น่าเชื่อจริงๆ ปล่อยน้ำแป็บเดียวได้มาเพียบเลย

หลังจากตกกุ้งเสร็จแล้ว เวลาประมาณ 4 ทุ่ม ลุงก็มาเรียกให้เราออกไปวางอวนดักปลา อยากจะบอกว่าบรรยากาศดีมากครับ แต่เนื่องด้วยบริเวณรอบๆนั้นมืดมาก เลยไม่ค่อยได้ถ่ายรูปอะไรมาให้ดู แต่ว่าอากาศดีมากครับ ได้นั่งเรือตอนกลางคืนลมเย็นๆ มืดๆมองขึ้นฟ้าก็เห็นดาวสวยงามชัดเจนมากครับ สำหรับใครที่ชอบดูดาวตอนกลางคืนผมก็แนะนำเลยนะครับ สวยมากจริงๆ ระหว่างที่นั่งเรือไปเรื่อยๆเวลาเอาไฟฉายส่องไปที่ผิวน้ำก็จะเห็นกุ้งกระโดดขึ้นจากน้ำเป็นสายตลอดทางเลยครับสวยดีน่าจับไปทำกุ้งเต้น 555 นั่งชื่นชมบรรยากาศได้ซักพักก็ ถึงจุดวางอวนดักปลาแล้ว คืนนี้เราได้วาง 2 จุดครับ วางจุดแรกเสร็จก็พายเรือไปวางต่ออีกจุดนึง และก็วกกลับมาดูอวนแรกที่เพิ่งวางไปเมื่อไม่กี่นาทีที่ผ่านมา ก็ได้ปลาติดมาแล้ว โอ้โห..ทำหให้นึกไปว่า ใต้น้ำที่เราอยู่เนี่ยมีความอุดมสมบูรณ์มากเลยนะครับ จริงๆแล้วลุงบอกว่าถ้าอยากลองจับปูแสมดูก็ได้ แต่ต้องคลุกโคลนนิดหน่อย แต่ว่าอากาศเย็นครับ ผมไม่อยากอาบน้ำบ่อยๆ เลยขอไว้คราวหน้าละกัน 555


ถ่ายมาให้ดูชัดๆหนทางไปที่พัก


ใกล้ถึงแล้วๆ..


มาถึงแล้ว..เอ๊ะ..ฝีมือใครเขียนป้าย คงไม่ใช่ลุงกับป้าแน่ๆ 55


ระหว่างเดินไปบ้านกลางน้ำ ครั้งที่แล้วมาทำไมผมไม่สังเกตเห็นชิงช้านะ


บริเวณใต้บ้านทาร์ซานที่ครั้งที่แล้วมายังไม่เรียบร้อย ตอนนี้เสร็จแล้วมีที่นั่งด้วย


เรือนแพก็มีแขกมาพักแล้ว


มาถึงทางเดินเข้าบ้านกลางน้ำ


บ้านพักคราวนี้มีเพิ่มห้องน้ำมาแล้ว


ชื่อบ้านกลางน้ำครับ เรือนลำแพน


ถอดรองเท้าไว้หน้าบ้านนะจ๊ะ


เข้าประตูมาก็เห็นห้องน้ำทางด้านซ้ายเลย


มาดูของตกแต่งภายในบ้านบ้าง


แอบมาดูหลุมดักใต้ห้องน้ำ ไม่ต้องกลัวว่าเข้าไปแล้ว มันจะลอยออกมาย่อน


โครงกระดูกแมว..(ปลาวาฬ!!)(มั้ง)


มาถึงก็ไม่พูดพล่ำทำเพลง ลงไปพายเรือเล่นรับลมกันแล้ว


เจ้าด๊อบบี้อยากไปด้วย


บางคนก็แอบมาตกปลาหาอาหาร..แอบสอบถามได้ความว่าจะตกปลาฉลาม


มาแอบเปิดดูปูน้อย..อาหารของเรา


กลับไปดูอีกที โอ้ว..ตกได้หลายตัวเลย เสร็จเรา..อร่อยแน่ๆ
(อยากจะบอกว่า ปลาที่ตกได้เอาไปให้แม่ครัวทอดให้กิน กรอบอร่ยมากจริงๆครับ)


ปลาบางส่วนที่ทางโฮมเสตย์จับได้ก็เอามาทำปลาแดดเดียว อร่อยนะเนี่ย


กุ้งที่ดักได้ก็เอามาทำกุ้งแห้ง


ผลผลิตที่มีคุณภาพ อร่อยมากเลย แอบหยิบกินไปหลายตัว 555


ท้องฟ้าสวยๆ ได้เวลาไปดึกรอกดักปู


มากันหลายลำเลย..เอ๊ะ..ลำนั้นทำไมน้ำปริ่มขนาดน้านน


อุ๊ย!!...กลับลำๆ ระวังน้ำเข้าเรือ นี่แหละน้ากินเยอะกันไปหน่อยน้ำหนักขึ้นเลย


มาแล้วกับน้องนัตคนเดิม..คราวนี้ได้ปูตัวใหญ่ๆ


พายเรือเล่นกันต่อจนเริ่มเย็น


พระอาทิตย์กำลังจะลับขอบฟ้า..เป็นช่วงเวลาที่ผมมีความสุขมาก


บ้านกลางน้ำของเรา หุ หุ


มื้อเย็นมาตอน 17.30 น.ตามที่นัดไว้..โอววว ปูๆๆๆ


รายการอาหารเย็นนี้..นี่ยังมาไม่ครบ เหลืออีกหลายอย่าง


ทานเสร็จก็มืดพอดี..ระหว่างทางเดินก็มีไฟติดไว้


ได้เวลาออกมาตักกุ้ง ตรงนี้คือจุดเปิดให้น้ำภายในบ่อไหลออก


พอเปิดน้ำได้ซักพักก็รีบปิด


แล้วก็วิ่งมาอีกฝั่งที่มีอวนวางดักไว้


ใข้สวิงตักกุ้งขึ้นมา


ได้เศษใบไม้มาเพียบเลย พร้อมทั้ง กุ้ง ปลา ปู (มีปลาแปลกๆด้วย)


แล้วก็มานั่งคัดกุ้ง ปลา ปู กัน ใครอยากสนุกด้วยก็มาช่วยกันได้


ตระกร้านี้เป็นกุ้งจ้า..


เสร็จจากกิจกรรมก็เดินมาเห็นทางโฮมเสตย์กำลังปิ้งขนมข้าวเหนียวให้กิน อร่อยมากๆๆๆ
หอมๆร้อนๆ กินตอนอากาศเย็นๆนี่สุดยอดไปเลย


ดึกหน่อยก็ได้เวลาออกไปวางอวนดักปลาในบ่อ


อ่ะ..เปิดแฟลชให้เห็นว่าน้องนัตกำลังทำอะไร


ภาพถ่ายมาที่พักตอนกลางคืน..มืดมากจริงๆ


มีอีกกลุ่มนอนที่แพ


เอาโคมลอยมาปล่อยต้อนรับปีใหม่ด้วย เอามากันเอง 2 โคม ต้องช่วยกันถือเพราะลมแรงมาก


อีกรูปยามคำคืน



เมื่อคืนตอนดึกๆลมแรงมากพวกเราพยายามนอนขดตัวในผ้าห่มเนื่องจากหนาวมาก ไม่ได้รู้เลยว่าเขามีแส

มาเที่ยวครั้งนี้พบว่าที่นี่เป็นที่รู้จักมากขึ้น ปีใหม่นี้คืนที่ผมไปพัก มีคนเข้าพักทั้งหมดน่าจะเกือบ 40 คนเลยทีเดียว แค่กลุ่มผมก็ปาไป 11 คนแล้ว พอคุยกับคุณลุงแล้วก็ได้ความว่าช่วงนี้คนมาเยอะมากขึ้น เพราะเริ่มมีคนรู้จักมากขึ้น ใครๆก็อยากมากินปู แต่เนื่องด้วยช่วงฤดูหนาวนี้ ปูจะมุดดินคล้ายๆจำศีลทำให้จับปูได้ยากขึ้น เมื่อคนมาเที่ยวมากขึ้น ปูที่จับได้จากบ่อตัวเองก็ไม่พอ ก็ต้องไปซื้อตามร้านที่เคยเอาปูไปขายให้เขามา ค่าใช้จ่ายก็เพิ่มขึ้นพอสมควร เลยทำให้ช่วงนี้มีการจำกัดจำนวนปูที่ได้กินต่อกลุ่ม และต้องขอขึ้นค่าที่พักเป็น 1,200 บาทต่อหัว เพิ่มมาอีก 200 บาทจากเดิม สำหรับผมแล้วเงิน 200 บาทผมว่าก็ไม่แพงเลยและถึงแม้ลุงจะจำกัดแล้วแต่ผมว่าก็ยังได้เยอะอยู่นะ ทานกันแทบไม่หมดเลย


เช้าวันใหม่ก็ยังมีกลุ่มใหม่ๆเข้ามาเรื่อยๆ น่าดีใจกับลุงจริงๆที่มีลูกค้ามาอุดหนุนเรื่อยๆ ทำให้ผมรู้ว่าที่นี่จะยังคงอยู่ให้ผมได้มาพักและ ทานปูที่อร่อยแบบนี้ไปตลอดอีกนาน สำหรับพวกผมก็ยังเหลือมื้อเที่ยงอีกมื้อนึง ช่วงเช้านี้ก็ได้ไปเดินเล่นและบางคนก็ไปตกปลาอีกเหมือนเดิม จนทานมื้อเที่ยงแล้วก็ได้เวลาเดินทางกลับแล้ว ฮือๆ ไม่อยากกลับเลย..แต่เอาน่าก็ยังดีกว่าบางกลุ่มที่ลุงต้องโทรไปยกเลิกเขาเนื่องจากปูไม่พอจริงๆ แต่ก็ยังถือว่าลุงมีจรรยาบรรณทางการค้านะที่ ของไม่มีก็ต้องโทรแจ้งลูกค้า แบบนี้ยิ่งอยากทำให้ไปอุดหนุนอีกในครั้งต่อๆไปเรื่อย สำหรับคนที่สนใจก็สามารถติดต่อไปได้นะครับที่เบอร์ "084-1138370 หรือ 039-317259 "

เช้ามาน้องนัตก็ออกไปกู้อวนที่วางดักปลาไว้แต่เช้า


กลุ่มนี้ยังตกกันไม่เลิกตั้งแต่เมื่อวาน สงสัยว่าจะได้ฉลามไหม


ปลากระพงตัวใหญ่ๆที่ลุงไปซื้อมาไว้ทำอาหารเช้าให้พวกเรา


อนุสาวรีย์ผู้เสียสละ


เช้านี้่อากาศดีมากลมเย็นเลยออกมาเดินรับลมเล่น


ได้เวลาซักพักลุงก็ชวนผมไปนั่งเรือชมป่าโกงกางเล่น


คราวนี้เจ้าด๊อบบี้ได้โอกาสติดสอยห้อยตามมาด้วย


โอ๊ะ..ห้องนี้แอบเอาเปลมาผูกนอนด้วยท่าทางจะสบาย..เอ๊ะ..หรือโดนแฟนไล่ออกมานอนนอกห้อง


มาดูบ้านพักหลังอื่นๆบ้าง ทุกหลังจะมีระเบียงยื่นไปในน้ำ


ผ่านมาจุดนี้ที่เมื่อคืนเรามาตักกุ้งกัน


นั่งเรือรับลมเย็นๆชมป่าโกงกาง


ลัลล้า..สบายใจ


เห็นต้นไม้เขียวๆแล้วรู้สึกสดชื่นจริงๆ


แล้วก็วกกลับมาที่เดิม..ตรงจุดนี้เอาไว้ขึ้นลงเรือครับ


แอบดูข้างใต้ใช้ลากไม้ป่าโกงกางเป็นฐาน แข็งแรงมาก

:: Copy Left 2005 by Kapom.com ::