![]() |
สวัสดีจ้าวันนี้มีโอกาสได้เขียน Diary อีกแล้ว งานนี้ไปเที่ยวเนื่องจากปีใหม่นั่นเอง ปีใหม่ปีนี้ไม่ได้ไปไหนไกลเพราะว่า กว่าจะรู้ตัวว่าจะปีใหม่แล้วก็ ปาเข้าไปเดือนธันวาคมแล้ว จะไปจองที่พักที่ไหนก็ไม่ทันชาวบ้านเขา เฮ้อ..ลำบากกำนันอย่างเราจริงๆ ต้องเสียสละให้คนอื่นเรื่อย ป่านนี้ก็เหลือแต่พยัญชนะ (มุขเก่าแล้ว ทนๆขำหน่อย ถือว่าช่วยคนแก่) เอาล่ะเข้าเรื่องดีกว่า สรุปแล้วปีนี้ก็เลยต้องไปอาศัยไม้ตายเดิม เนื่องจากว่าที่ ที่ไปนี้เคยไปมาแล้วหลายครั้งแล้ว ที่นี่ก็คือ "เพเสม็ดวิลล่า" นั่นเอง สาเหตุที่รู้จักที่นี่ก็เนื่องจากว่าเมื่อปีก่อนได้มีโอกาสมาเที่ยวระยองมาตกหมึกกับที่บริษัท ชื่อไทย.คอม และก็ได้มาพักที่นี่ ทำให้ติดใจเนื่องจากว่าที่นี่ค่าที่พักไม่แพงเลย ถูกมากๆบ้านหลังใหญ่เพียงคืน 2200 เท่านั้นเอง นอนกันได้เป็นกองทัพ และก็ยังมีที่พักหลังเล็กๆ ราคาก็จะถูกลงไปอีก และที่ชอบที่สุดสำหรับบ้านหลังใหญ่ก็คือ จะมีห้องครัวให้เราได้ทำอาหารกันได้อย่างสะดวก งวดนี้ก็เลยต้องพึ่งใบบุญอีกครั้งโทรมาจองที่พัก และแน่นอน เราก็ได้ที่พักแต่พนักงานบอกว่าเหลือเป็นห้องขนาดกลางพักได้ 6 คน เราก็ตกลงเอาเนื่องจากว่าไม่มีทางเลือก เมื่อถึงวันเดินทางเราได้ตื่นกันแต่เช้า 6 โมงกว่าๆๆๆๆๆ(กว่ามากๆ) ทริปนี้สมาชิกก็ประกอบไปด้วยครอบครัวผมนั่นเอง เราออกเดินทางกันแต่เช้ากว่าจะพร้อมจริงๆก็ประมาณ 7 โมงกว่าๆๆๆ วิ่งขึ้นมอเตอร์เวย์ไป ช่วงปีใหม่นี้เขาไม่คิดค่าผ่านทาง ใจดีจริงๆ เราก็วิ่งกันฉลุย ผ่านไปเรื่อยๆ เริ่มนึกได้ว่า เฮ้ย! ใครรู้บ้างว่าไประยองทางไหน เนื่องจากว่าปกติไปบ่อยก็จริงแต่หลับกันหมด งวดนี้ ต้องขับไปกันเอง ก็เลยได้เวลาพิสูจน์กันว่าสวรรค์จะเข้าข้างเราหรือไม่ ก็ได้ขับตามทางไปเรื่อยๆ ซักพักเริ่มเกิดความไม่แน่ใจในสวรรค์เลยโทรไปถามทางจากพี่ชายดีกว่า อ้อ..เช้านี้พี่ชายไม่ได้มาด้วยติดงานถ่ายโฆษณา จะตามมาตอนเย็นๆ พอรู้คร่าวๆว่าให้ตามพัทยาไปเราก็ไปกันต่อ เรื่อยๆ เรื่อยๆ เรื่อยๆ สุดท้ายเราก็สามารถที่จะมาถึงระยองได้แล้ว เพราะว่าเมื่อถึงระยองผมก็พอจะจำทางได้แล้วก็เลยไปต่อได้ถูก เย้ๆๆ โอ พระเจ้าจอร์จมันยอดมาก เรามาถึงที่นี่ประมาณเกือบๆ 11 โมงเช้า จึงได้ไปเดินตลาดบ้านเพกันก่อน เพื่อซื้ออาหารสดสำหรับเอาไปกินสำหรับวันนี้ทั้งวัน งานนี้ไหนๆก็ไม่ได้เที่ยวที่ไหนแล้วก็เลยเปลี่ยนแผนมาเป็นทัวร์กินนอนกันแทน เราก็เดินค่อยๆเดินดูไปเรื่อยๆ จากจุดที่จอดรถ เดี๋ยวนี้บริเวณนี้เปลี่ยนไปเยอะมากจากเมื่อ2ปีก่อนเพราะเมื่อก่อนร้านค้าจะไม่เยอะเท่านี้ เดี๋ยวนี้เยอะมากขายกัน แข่งกันแต่ยังไงผมก็ยังชอบที่จะเดินเข้าไปด้านในๆของตลาดก่อนมากกว่าที่จะรีบซื้อของตั้งแต่ร้านแรกๆ เนื่องจากว่าร้านแรกๆจะแพงกว่าร้านด้านในนิดหน่อย จะว่าแพงก็ไม่เชิง เพราะว่าเขาจะคิดค่านึ่ง หรือบางร้านคิดค่าน้ำจิ้ม ซึ่งถ้าเราเดินเข้าไปด้านในแล้วจะเห็นว่า เขานึ่งให้ฟรีและยังใจดีแถมน้ำจิ้มอีกต่างหาก เดินๆไปซักพักเราก็ได้เห็นหอยชนิดนึง พร้อมกับป้ายบอกชื่อหอยที่สดุดตามากนั่นคือ "หอยชักตีน" นั่นเองเนื่องจากว่าน้องชายเคยได้ยินชื่อนี้มาก่อนและบอกว่าได้ยินมาว่าอร่อย ปีก่อนๆที่เคยมาไม่เห็นจะมีเลยแฮะ ถ้ายังงั้นก็ต้องลองซักกะหน่อย งานนี้เราได้ปูไปทั้งหมด 5 กิโล ปลาตัวใหญ่ๆอีก4ตัว กุ้ง2กิโล และที่สำคัญที่ขาดไม่ได้ หอยชักตีน 3 กิโลกับของกินเล็กๆน้อยๆอีกนิดหน่อย เหตุที่เขาเรียกว่าหอยชักตีนเนื่องจากว่า มันจะมีตีนโผล่ออกมาเวลาเรากินจะต้องชักตีนมันออกมาแล้วตัวมันจะติดออกมาด้วย แล้วก็จิ้มน้ำจิ้มกินได้เลยไม่ต้องใช้ไม้แคะ แต่ตัวไหนบังเอิญหดตีนมากไปหน่อย(อาจจะเพราะหน้าหนาว)ก็อาจจะต้องยืมไม้กายสิทธิ์ มาช่วยลากตีนออกมา |
![]() จุดจอดรถบริเวณตลาดบ้านเพร่มรื่นจริงๆ ![]() ตลาดบ้านเพช่วงที่ไปคนยังไม่มากเนื่องจากว่ายังไม่เที่ยง ซู๊ดดด!! หอมกลิ่นปลาหมึกย่างจังฮู้ ปลาเผา ปูนึ่งก็มีขายพร้อมเลือกซื้อได้ตามสบาย บริเวณที่ซื้ออาหารทะเลทั้งหมด เสื้อแดงด้านซ้ายคือเฮียเจ้าของร้านนั่นเอง คุยสนุกพูดเก่งแถมใจดีอีกต่างหาก เมียแกพาเราไปหาซื้อปลากุเลาที่มีคน ฝากซื้อไม่ยังงั้นหาไม่ได้แน่ๆ เพราะหายากมากๆ |
เมื่อเราจับจ่ายซื้อของเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก็กินเวลาไปเที่ยงกว่าๆแล้ว เราก็เดินทางไปที่พักของเราทันที เมื่อไปถึงที่พักพวกเราก็จัดการ ติดต่อเข้าพัก และเมื่อสอบถามก็พบว่าห้องพักหลังใหญ่ยังว่างอยู่ 1 หลังเราจึงได้จัดการขอย้ายมาอยู่ที่พักหลังใหญ่แทน เพื่อความสะดวกในการ ประกอบอาหาร กว่าจะเสร็จทั้งหมดพร้อมกับรอเจ้าหน้าที่ทำความสะอาดบ้าน(เนื่องจากคนที่อยู่ก่อนหน้านี้เพิ่งออกจากห้องไปไม่นาน) ก็ปาเข้าไปประมาณบ่ายโมงครึ่งเราก็ได้เข้าที่พักและก็เตรียมเอาอาหารออกมากิน บางคนก็ไปเตรียมก่อไฟเพื่อปิ้งกุ้งและปลา ซู้ดดด พูดแล้วน้ำลายไหลถึงเวลาเราได้ลองชิมหอยชักตีนกันแล้ว และขอบอกว่าอร่อยมากจริงๆ ประทับใจโอ้...น้ำตาจะไหล ไม่โดนหลอกจริงๆด้วย อร่อยดีเนื้อหวานมากๆ หวานอร่อยอย่างไม่น่าเชื่อ มันช่างสุดยอด ใครไม่เคยลองจะไม่รู้ถึงความเลิศรสของหอยชนิดนี้ อันนี้พูดจริงๆนะ อร่อยจริงๆ ไม่ได้โม้ ไม่ได้แอบโปรโมทด้วย ใครมีโอกาสไปเห็นถ้าไม่ลองถือได้ว่าพลาดโอกาสอันงามจริงๆ สำหรับนักชิม |
![]() นี่ไงป้ายหอยชักตีน ตัวเป็นๆ ยังไม่ตาย ไม่ได้ใช้สลิงค์ ไม่ได้ใช้ตัวแสดงแทน พร้อมหอยนางรมของโปรดของใครบางคน แต่ ไม่แน่ใจว่าโปรดหอมเจียวหรือหอยนางรมกันแน่ ^^" ชัดๆอีกครั้งพระเอกของงานนี้ ใครเจออย่าลืมขอลายเซ็นต์ด้วยนะ ทางเข้าที่พัก สังเกตฝั่งตรงข้ามจะเป็นทะเล ทะเลอยู่แค่เอื้อมจริงๆ บ้านพักหลังใหญ่ที่เราได้พัก ใหญ่มากบริเวณกว้าง ใครที่ชอบ ความเป็นส่วนตัวก็ขอแนะนำที่นี่เลยจริงๆ บ้านที่เราพักชื่อว่าบ้านเฟื่องฟ้า บริเวณถนนด้านหน้าที่พัก อีกฝั่งถือทะเล ปีนี้ทะเลดูน้ำใสมากๆ ใสกว่าครั้งก่อนที่มาซะอีก ดูน่าเล่นมากเลย ฝั่งทะเลจะมีกำแพงกั้นไว้ ด้านล่างคือน้ำทะเล ช่วงบ่ายน้ำทะเลยังสูง พอเย็นๆหน่อย น้ำทะเลจะลง ก็จะเป็นเวลาไล่จับปูลม กับเก็บเปลือกหอย ปูตายนั่นเอง แต่ถ้าสังเกตดีๆจะเห็นว่าบรรดาหอยตัวเล็กๆจะมาชุมนุมกันที่ปูตาย เย็นมากขึ้น งานเลี้ยงก็มีผู้ชุมนุมมากขึ้น แย่งกันมากินปูนั่นเอง อาจจะดูเป็นภาพที่โหดร้ายไปนิด ชายกลางอย่างผมก็ยังทนไม่ได้เลย ภายในบ้านพัก มี2ห้องนอน 2 ห้องน้ำ กับห้องโถง พร้อมส่วนที่เป็นครับสำหรับทำอาหาร |
งานนี้กินกันจนดึก ช่วงเย็นๆพี่ก็ตามมาถึงที่พักและก็เริ่มปรากฏการณ์ Alcohol ลิซึ่ม งัดเอาว๊อดก้าออกมา แต่ก่อนที่จะทำร้ายร่างกายยังแอบห่วงใยยามเช้า จึงหยิบแฮงค์ออกมาให้ดื่มกันก่อนคนละขวด เพื่อเช้าที่สดใส คืนนี้ไม่ต้องบอกว่าสภาพจะเป็นยังไง กินกันไปกินกันมา เล่นกีตาร์ไปด้วย คอร์ดกีตาร์ กลายเป็นตัวกลมๆเหมือนกันหมดแยกไม่ออกเลย โอย..มึน
เช้าอีกวันมาผมก็นอนตื่นซะเกือบ11โมงเช้า เนื่องจากเป็นทัวร์กินนอน จึงต้องทำให้สมชื่อทัวร์หน่อย ส่วนพี่ชายก็ออกปก่อนตั้งแต่10โมงแล้ว เนื่องจากว่าต้องรีบกลับไปเตรียมงานถ่าย เช้านี้เราก็เตรียมเก็บของและก็ออกจากที่พักไป หาของกินมื้อเที่ยงจากนั้น เราก็เดินทางกลับกรุงเทพกัน ช่างเป็นทริปสั้นๆที่ สมชื่อกินและนอนจริงๆ 555 เอาไว้มีโอกาสไปเที่ยวไหนจะเขียนมาเหล้า เอ้ย..เล่าให้ฟังอีกนะคร๊าบบบ |
:: Copy Left 2005 by Kapom.com :: |