![]() |
สวัสดีจ้า..ดีใจจังเลยที่มีโอกาสได้ไปเที่ยวและได้กลับมา update เว็บที่ร้างมานานแสนนาน สำหรับทริปในครั้งนี้ก็ไม่ได้ไปไหนไกลอีกเช่นเคย เนื่องจากงานท่วมหัวเอาตัวไม่รอด จะไปเที่ยวไหนไกลก็ไม่ได้ ก็เลยไปแค่เสม็ดเท่านั้นเอง แต่ถึงจะเป็นทะเลที่ไม่ไกลมากแต่ก็ยังยอมรับว่าเสม็ดก็ยังสวยและน่าไปอยู่ แม้ว่าตอนนี้จะเปลี่ยนไปมาก แตกต่างจากเมื่อก่อน สมัยก่อนครั้งตั้งแต่ยังเรียนมหาลัย ได้มีโอกาสมาเสม็ดครั้งแรก(นานใช้ได้ทีเดียว) ตอนนั้นไม่ได้มาค้างที่เสม็ด แต่มาเช้าแล้วก็กลับเย็นเพราะไม่มีเงิน ต้องอาศัยคอนโดของรุ่นน้องที่มาด้วยกันซุกหัวนอน จำได้ว่าตอนนั้นหาดทรายแก้วยังสวยมากๆๆๆๆๆ ความเจริญยังไม่ถึงเท่าไหร่ แต่ตอนนี้ต่างไปมาก และด้วยความที่ต้องการไปพักผ่อนจริงๆ ไม่ต้องการความวุ่นวายเราเลยเน้นที่จะไปหาดที่อยู่ไกลๆหน่อย เอาแบบว่าความเจริญเข้าไม่ถึง ต้องลากเกวียน ขี่ควายกันเข้าไปเลย ถ้าเป็นไปได้ (มันจะมีได้ยังไงกันนะ ^^") หลังจากที่ค้นหาข้อมลใน internet อยู่นานพอสมควร เนื่องจากมีรีสอร์ทหลายที่มาก พวกเราก็ตัดสินใจว่าจะไปที่ Sametville Resort เนื่องจากว่าเป็นรีสอร์ทที่อยู่ปลายๆเกาะและความเจริญยังไม่เข้าถึงทำให้มีความเงียบสงบ เหมาะแก่การไปพักผ่อนจริงๆ และด้วยราคาที่เราคิดว่าพอไหวน่า... เอาเถอะลองไปดูซักครั้ง เราก็จัดการโทรจองที่พัก โอนเงินมัดจำกันเรียบร้อย จากนั้นก็นอนฝัน รอวันที่จะได้ไปเที่ยวอย่างใจจดใจจ่อ คราวนี้ได้มีโอกาสได้ไป 3 วัน 2 คืนครับ แต่เน้นว่างานนี้จะไปแบบทัวร์กินและก็นอนครับ ไม่เน้นกิจกรรมเท่าไหร่ เนื่องจากเหนื่อยจากงานประจำมามากพอแล้ว อาจจะไม่มีกิจกรรมอะไรมากเล่าให้ฟังเหมือนทริปอื่นๆ เมื่อถึงวันเริ่มเดินทาง เราได้ออกเดินทางกันแต่เช้า..ตามที่ตกลงไว้คือ 6.00 น. แต่ไหง กว่าจะได้ออกจริงก็ปาไป 7.30 น. ซะแล้ว ขับไปกันเรื่อยๆแบบไม่รีบมากกว่าจะไปถึงก็ประมาณ 11.00 น. โดยตอนแรกตั้งใจว่าจะให้ไปถึงซักประมาณ 10.00 น.เพื่อจะได้แวะไปตลาดบ้านเพหาซื้ออาหารทะเลไปทานที่เกาะ แต่คาดว่าจะไม่ทันแล้วก็เลยต้องไปที่จุดนัดพบเลย โดยเขานัดให้เรามาที่รีสอร์ทอีกที่หนึ่งของเขาเองเป็นรีสอร์ที่อยู่ที่ฝั่งระยองชื่อเกาะแก้วรีสอร์ท เรานั่งรอกันซักพักแล้วรถมารับเราไปที่ท่าเรือเพื่อขึ้นเรือไปเสม็ด เวลาเรือออกคือ 12.00น. เมื่อไปที่ท่าเรือซึ่งจริงๆก็ไม่ได้อยู่ห่างจากรีสอร์ทที่นัดพบเท่าไหร่เลย เราก็ได้ขนของขึ้นเรือกัน เรือที่ใช้เดินทางก็เป็นเรือเหมือนปกติที่เราใช้เดินทางไปเสม็ดนั่นเอง แต่วันนี้ที่ไปท่าทางจะคลื่นแรงนิดหน่อย ช่วงก้าวข้ามลงเรือมันเล่นเอาแต่ละคนลุ้นตัวโก่งว่าจะตกน้ำหรือเปล่า เนื่องจากสัมภาระที่เตรียมไปนั้นมากมายเหลือเกินขนกันไปแบบว่ามาอยู่กันเป็นเดือน หลังจากที่เราขึ้นเรือกันได้อย่างปลอดภัยครบทุกคนแล้ว พวกเราก็นั่งรอซักพัก เอาว่าพอให้หายขวัญผวา ^^ กัปตันเรือ(เรียกซะเท่ห์เชียว)ก็เดินทางมาถึง เวลาประมาณบ่ายโมงกว่าๆ ก็ได้เวลาเดินทางไปสู่ดินแดนเล้นลับ เอ้ย...เกาะเสม็ดต่างหากล่ะ เย้ๆ ระยะเวลาที่เราใช้ในการเดินทางจากท่าเรือจนไปถึงรีสอร์ทใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง โดยเรือลำนี้พาเราไปลงที่หน้ารีสอร์ทเลย ไม่ได้ไปลงที่หาดทรายแก้วครับ นับว่าช่วยอำนวยความสะดวกสบายให้กับพวกเราที่ข้าวของมากมายนัก... ระหว่างนั่งเรือไป ก็นั่งคุยกันไปเพลินๆ ลมทะเลที่พัดมาปะทะหน้าเรา บางคนอาจจะบอกว่าทำให้ตัวเหนียวแต่มันกลับทำให้พวกเรารู้สึกสดชื่นเป็นอย่างมาก นั่งคุยกันเพลินๆ บางคนก็แอบงีบ ซักพักก็ถึงรีสอร์ทต้องเตรียมลงเรือกันแล้ว ทุกคนเตรียมตัวพร้อมจะขึ้นเกาะแล้ว เนื่องจากว่าที่รีสอร์ทที่เราไปนี้ ไม่มีสะพานปลาเพื่อให้เรือเทียบท่าให้พวกเราลง มาถึงตอนนี้อย่าเพิ่งคิดนะครับว่าเขาจะให้เราลุยน้ำลงไป เป็นไปไม่ได้แน่นอนครับ เพราะถ้ากระโดดลงไปตอนนี้สงสัยว่าจะไปเจอเราอีกทีที่ฝั่งทะเลอันดามันเป็นแน่แท้ ที่นี่เขามีเรือแพติดมอเตอร์เหมือนเรือหางยาวลอยมารับพวกเราครับ ถึงตรงนี้เราก็ต้องลุ้นกันอีกต่อไป เพื่อขนของและก้าวลงเรือมาลงแพ วันนั้นคลื่นแรงเป็นพิเศษก็เลยลุ้นกันอีกรอบ หลังจากที่เราขึ้นแพกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เรือแพก็ลอยพาเราไปที่ชายหาด เมื่อมาเกือบถึงชายหาด ทางรีสอร์ทก็มีสะพานไม้เล็กๆวางพาดต่อๆกัน ให้เราลงจากแพเดินข้ามมาลงที่หาดทราบเพื่อที่จะไม่ต้องเปียกน้ำทะเล แต่ช้าไปหน่อยครับ เพราะว่าวันนี้ลมแรง ตั้งแต่ตอนเราขึ้นเรือแพมา โดนคลื่นโต้มาตลอด ใครนั่งริมแพก็ถือว่าโชคดีได้เล่นน้ำก่อนใครเพื่อน ^^ เมื่อพวกเราเดินทางมาถึงที่รีสอร์ท ก็จัดการติดต่อเข้าห้องพัก บรรยากาศภายในรีสอร์ท สำหรับผมแล้วผมชอบมากครับ เพราะว่ามีต้นไม้ขึ้นร่มรื่นมาก ดูไปแล้วสบายตา พร้อมกับมีการจัดแต่งเอาโคมไฟรูปต่างๆมาห้อยแขวนไว้คาดว่ายามค่ำคืนจะต้องสวยมากๆ แน่นอน เมื่อจัดการเก็บข้าวของกันเสร็จเรียบร้อยแล้ว ทุกคนก็ออกมาเพื่อหาอะไรทาน เพราะวันนี้ตั้งแต่เช้าพวกเรายังไม่ได้ทานอะไรกันเลย ตามที่พวกเราได้ตกลงกันตามประสาคนเงินน้อยก็คือ มื้อดึกคือพระเจ้า มื้อชั่วคราวคือมื้อกลางวัน ส่วนมื้อเช้านั้นจะอยู่รวมกับค่าที่พักอยู่แล้วครับ เมื่อสรุปได้ตามนั้นทุกคนก็เลยไปสั่งอาหารจานเดียวทานกันตัวใครตัวมัน บางคนก็สั่งกระเพราไข่ดาวกิน บางคนก็สั่งผัดเผ็ดหมูไข่ดาวกินกันได้ยังไงมาทะเลทั้งที ส่วนผมเองไม่ทิ้งคอนเซ็ปที่ตั้งใจว่ามาทะเลก็ต้องทานอาหารทะเลเท่านั้น ก็เลยตัดสินใจสั่งราดหน้ากุ้งเป็นไงล่ะได้กินอาหารทะเลตามที่ตั้งใจไว้ ^^เมื่อทานเสร็จแล้วก็ตัวใครตัวมันแล้วทีนี้บางคนก็ไปนอนพักที่ห้องพักเปิดแอร์ บางคนก็มานอนชายทะเล ส่วนผมก็ไปเดินถ่ายรูปเก็บไว้เพื่อเอามาเขียน Diary ครับ มาถึงตรงนี้อยากพูดถึงเรื่องห้องพักและที่พักให้ทุกคนฟัง เผื่อว่าใครสนใจอยากจะรู้ ห้องพักที่นี่ โดยส่วนใหญ่แล้วก็มีทั้งห้องที่อยู่ใกล้ทะเล กับห่างทะเล สำหรับห้องที่อยู่ห่างทะเลก็ไม่ได้ ห่างอะไรมากมาย ก็ห่างแค่เดินประมาณ 30 ก้าวก็ถึงทะเลแล้วครับ บ้านแต่ละหลังอยู่ห่างกันกำลังดีครับ ทำให้มีความเป็นส่วนตัวและ ผู้คนไม่พลุกพล่านมาก เนื่องจากเป็นรีสอร์ทที่อยู่ปลายๆเกาะดังที่ได้บอกไปแล้ว ระหว่างบ้านพักก็มีต้นไม้ต้นใหญ่ๆให้ร่มเงาเราตลอดทางเดิน สำหรับบริเวณที่เป็นส่วนรับประทานอาหารนั้น ก็ร่มรื่นเช่นกัน การจัดการตกแต่งนับว่าใช้ได้เลยทีเดียวครับ |
![]() บริเวณลานจอดรถตลาดบ้านเพ กับป้าย "ห้ามจำหน่ายสินค้า-อาหารบริเวณสวนสาธารณะ " แต่เล่นขายกันบังป้ายหมดเลยนะป้า ![]() บริเวณท่าเรือ พร้อมปฎิมากรรมเสาเหมือนโฮพเวลล์ พาหนะที่จะนำเราไปสู่รีสอร์ท กับความระทึกตอนก้าวข้ามเรือ ถ้าพลาดอาจตกน้ำได้ เรือหาปลาจอดเรียงรายเต็มไปหมด สีสันสดใสจริงๆ กำลังนั่งรอผู้โดยสารคนอื่นๆ สังเกตนอกเรือคือจุดที่เราต้องก้าวลงมาเพื่อข้ามมาที่เรือ ![]() อาณาบริเวณสำหรับกัปตันเท่านั้นครับหรือใครสนใจจะไปบังคับเอง ![]() นั่งรอซักพักท่านประธาน เอ้ย..กัปตันของพวกเราก็มา แหม..ท่านแต่งตัวไม่สมตำแหน่งเลยนะครับ มองขึ้นมาอีกนิดเราจะเห็นปฏิทิน..แต่ดูให้ดีไม่ใช่ปฎิทินธรรมดานะครับ มันคือปฏิทินย้อนเวลา..เริ่มจากวันแรกคือวันที่ 4 มาเรื่อยๆถึงวันที่ 7 ขึ้นอาทิตย์ใหม่เราสามารถย้อนกลับมาวันที่ 5 ได้อีกครั้ง เพื่อแก้ไขข้อผิดพลาด
เริ่มออกเดินทาง พร้อมกับสมาชิกทริปคนอื่นๆ ใครมั่งหว่า หันกลับมาอีกที..อ้าวไหงท่านประธานอ่านหนังสือพิมพ์วิเคราะห์หุ้นซะแล้ว แล้วแบบนี้พวกเราจะไปถึงที่หมายไหมเนี่ย มองออกไปทางหัวเรือ..ในใจคอยนึกไปถึง แจ๊ค กับโรส จะเคยมายืนตรงนี้ไหมน้อ ซักพักหันมาดู..อ้าว...ไหงท่านประธานแอบมางีบหลับซะแล้ว แล้วใครจะขับเรือล่ะท่าน... อ้อ..ไม่ใช่ท่านประธาน เข้าใจผิดครับ ^^ แพติดมอเตอร์มารับเราจากเรือไปที่หาด เพราะเรือเข้าไม่ถึง ลุ้นดีครับ แท่นไม้ที่จะพาเราจากแพมาที่หาด บริเวณชายหาดหลังจากผ่านประสบการณ์ระทึกแล้ว บริเวณด้านหน้าหาดเพื่อเข้าไปที่รีสอร์ท มองจากตรงนี้จะเห็ฯเลยว่าต้นไม้ร่มรื่น ป้ายด้านหน้ารีสอร์ท จัดสวยดีนะครับผมว่า จุดที่เรามาลงทะเบียนเพื่อรับกุญแจเข้าห้องพัก ตรงส่วนร้านอาหาร ร่มรื่นครับ บรรยากาศดี อีกมุมนึง นั่งทานอาหารตรงนี้ก็เห็นชายหาด ซุ้มขายอาหารพวกเสต็กเปิดขายตอนกลางคืนนะจ๊ะ รายการอาหารพร้อมราคา ยืนยันว่าไม่แพงครับ บริเวณร้านขายของที่ระลึกและสิ่งของเครื่องใช้ต่างๆ ตุ่ม..ไง...สวยดีนะ โคมไฟเก่า...ไง..สวยดีนะ โคมไฟใหม่..ไง....สวยดีนะ บริเวณด้านหลังรีสอร์ทที่เชื่อมต่อกับทางรถผ่าน ซากตัวอะไรซักตัวนี่แหละครับ...ไง..สวยดีนะ ต้นไม้ร่มรื่นสวยงามชอบมากครับ...ไง..สวยดีนะ(พอแล้ว!!) อีกจุดนึง..อะไรนะ ทำไมต้องถ่ายด้านหลังน่ะเหรอ...ไม่บอกหรอก ถ่ายจากบริเวณที่พัก มองไปก็เห็นทะเลอยู่ไม่ไกลครับ มองไปทางขวาก็จะเป็นร้านอาหาร ห้องพักที่เราไปพักกันคราวนี้ครับ หนึ่งหลังมี 2ห้องนอน 2 ห้องน้ำ ภายในห้องพัก หันมาทางซ้ายอีกนิด มาทะเลกินกระเพราะไข่ดาว.... ดูของผมซะก่อน อาหารทะเลครับราดหน้ากุ้ง ทานข้าวเสร็จก็มาเดินเล่นดูบรรยากาศ ร่มรื่นจริงๆ น่านอนใต้ต้นไม้ริมทะเล จุดบริการนวด...นวด..เท่านั้น จริงๆ มุมนี้เอาไว้นั่งจิบกาแฟตอนเช้า แอบถ่ายกองทรายที่เด็กก่อไว้ ตัวเองไม่มีปัญญาทำได้ ^^" ![]() ลูกบอลก็มีให้เล่นนะครับ แต่ของใครก็ไม่รู้ |
พอแดดเริ่มจาง พวกเราก็ได้เวลาลงเล่นน้ำทะเล น้ำทะเลวันนี้ถือว่าใสในระดับนึง ทรายที่หาดนี้ก็ขาวสวยละเอียดมาก ไม่แพ้ที่หาดทรายแก้วเลยทีเดียว พวกเราได้เล่นน้ำทะเลกันอย่างสนุกสนานพอรู้ตัวอีกทีก็มืดซะแล้ว เวลาประมาณทุ่มตรงพวกเราก็ได้แยกย้ายกันไปอาบน้ำ ที่ห้องพักและเมื่อทุกคนพร้อมพวกเราก็ได้ไปทานมื้อค่ำ ในเวลากลางคืนที่นี่ช่างแตกต่างจากกลางวันมาก บรรยากาศดีมากมีลมพัดเบาๆ มีเสียงคลื่นดังมาเป็นระยะๆ พวกเราสั่งอาหารเหมือนเป็นราชา ใครอยากกินอะไรก็สั่งตามใจ เอาให้เต็มที่เลย อาหารที่นี่ถือว่าอร่อยครับ ตั้งแต่ตอนกลางวันแล้วอาหารจานเดียว เขาก็ทำได้อร่อยถูกใจทุกคน เรื่องราคาก็ถือว่าไม่ได้แพงเกินไป อาจจะแพงกว่าที่ฝั่ง แต่ถ้าคิดว่ากว่าเขาจะเอาข้ามทะเลมาทำให้เรากิน ก็ต้องยอมจ่ายให้เขา ถือว่าเป็นราคาที่ทานได้ครับ และบริเวณที่เราทานอาหารกันก็มี ซุ้มขายอาหารฝรั่ง พวกเสต๊ก ปลาเผา และอื่นๆ ตอนแรกคิดว่าราคาจะแพงกว่านี้ แต่ก็ถูกกว่าที่คิดไว้ครับ สำหรับผู้ชอบเครื่องดื่มมึนเมา ที่นี่มีซุ้มสำหรับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ไม่ว่าจะเป็นหล้า เบียร์สด ค๊อกเทล มีให้เลือกมากมายครับ เรียกได้ว่ามีให้ครบทุกอย่างไม่ต้องไปหาอะไรจากที่ไหนเลย
หลังจากอิ่มหนำสำราญกับอาหารมื้อก็ต่างคนต่างแยกย้ายกันไปเดินรับลม ชมวิวยามค่ำคืนกันและเมื่อดึกหน่อยก็มีกิจกรรมสันทนาการอย่างสนุกสนาน และเมื่อดึกมากแล้วทุกคนก็ต่างแยกย้ายกันไปพักผ่อนตามอัธยาศัย ส่วนตัวผมเองก็แอบไปทำมิวสิค เล่นกีตาร์ร้องเพลง ไหนๆก็มาถึงทะเลแล้วจะรีบนอนไปทำไม แต่ก็นั่งได้ไม่เท่าไหร่สงสัยจะง่วงซะแล้ว ถ้ายังงั้นคืนนี้ผมก็ขอเข้านอนเพียงเท่านี้ก่อนละกันนะคร๊าบบ
เช้าวันนี้ทุกคนตื่นแต่เช้า ส่วนผมเองก็ต้องตื่นเหมือนกัน เพราะถูกปลุกให้ไปอาบน้ำล้างหน้าแปรงฟัน เพื่อไปทานอาหารเช้า ที่นี่อาหารเช้าเป็นบุฟเฟ่ห์ รวมอยู่ในค่าที่พักอยู่แล้ว อาหารเช้าที่นี่ก็ไม่มีอะไรมาก จะเป็นพวก ไส้กรอก ไข่ดาว แพนเค็ก ข้าวต้ม โอวัลติน กาแฟ และ น้ำส้ม ประมาณนี้ครับ หลังจากทานเสร็จแล้วก็แยกย้ายกันไปเดินเล่นตัวใครตัวมัน บางคนก็ไปนอนพักต่อหลังจากอิ่มแล้ว บางคนก็ไปหามุมสงบอ่านหนังสือ จนเวลาเกือบเที่ยงก็มีคนมาชวนให้ไปเดินเที่ยวชมเกาะ ไอ้ตัวผมเองก็กำลังเบื่อๆไม่รู้จะทำอะไรก็ตอบตกลงเลยทันทีครับ เราได้เดินออกทางด้านหลังของรีสอร์ทที่ติดกับทางรถวิ่ง ใครที่เคยมาน่าจะรู้ดีว่าทางรถวิ่งของที่นี่มันช่างทุลักทุเลเหลือเกิน พื้นเป็นฝุ่นดินแดง เวลารถวิ่งผ่านมาทีนึงก็ฝุ่นตลบ พวกเราเดินไปซักพักก็ไปเจอฝรั่งน่าจะเป็นคู่รักกันมาเที่ยว เช่ามอเตอร์ไซต์ขี่มาคนละคัน ปรากฏว่าผู้หญิง ขับแล้วล้อไปติดล่องถนน และเนื่องจากว่าพื้นเป็นฝุ่นทำให้เร่งเครื่องไม่ไป ก็เห็นอยู่ว่าเร่งไม่ไปก็ตะโกนบอกแฟนตัวเอง ประมาณว่า "อะโซ็ยโบ๊ยโต๋ยเส่เย่เห" อะไรซักอย่าง คือภาษาอังกฤษกับผมมันไม่เข้ากันครับ แต่ที่แน่นอนก็คือทำไมแฟนมันไม่ลงมาช่วยหว่า ไอ้ฝรั่งผู้ชายก็ตะโกน "โบ๋ยๆๆโจ้ยๆอะเซอะเด" อะไรอยู่นั่นแหละ พวกเราก็เลยวิ่งไปช่วยเข็นรถให้ เขาก็เร่งเครื่องซักพักรถก็หลุดออกมาได้ เขาก็ดีใจเร่งเครื่องขับไป ปากก็ตะโกน "อะเซเดเฮ..." อะไรนี่แหละ เดาเอาว่าเขาคงขอบคุณเรา หรือไม่ก็กำลังด่าแฟนตัวเอง...
เดินไปได้ซักพักเราก็พบกับจุดชมวิว เอาไว้ชมพระอาทิตย์ตกดินสวยมากเลยครับที่นี่ พยายามจะถ่ายรูปมาให้ได้สวยแบบที่เราเห็นมันทำไม่ได้จริงๆ ทั้งลมโกรกพัดมามันชื่นใจมากจริงๆครับ จุดชมวิวที่เราเห็นนี้หาไม่ยากครับเพราะอยู่ตรงทางเข้าหาดลุงดำครับ ใครอยากมาสัมผัสความรู้สึกเดียวกับผมก็มาได้ครับ หลังจากที่ได้ถ่ายรูปกันพอหอมปากหอมคอแล้วพวกเราก็เลยแวะไปเที่ยวที่หาดลุงดำดีกว่า เพราะว่ารู้ว่าที่หาดมีสะพานปลา จะไปกระโดนน้ำทะเลเล่นซักหน่อยเพราะที่หาดเราไม่มีสะพานปลา เดินไปซักพักเราก็ไปถึงที่หาดลุงดำ โดยส่วนตัวแล้วผมว่าหาดที่เราพักอยู่ชายหาดจะสวยกว่าที่หาดลุงดำครับ เพราะรู้สึกว่าที่นี่ทรายละเอียดไม่เท่า และขาวไม่เท่า ไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะช่วงที่เราไปหรือเปล่านะครับ เมื่อเราเดินไปถึงสะพานปลาก็ได้เวลากระโดดน้ำเล่น และก็ได้สั่งอาหารมาทานที่ตรงสะพานปลาด้วยครับ ได้บรรยากาศดีมากๆๆๆเลย หลังจากเล่นน้ำได้ซักพักผมก็สรุปได้ว่าการที่มีสะพานปลาก็ดีทำให้เราได้กระโดดน้ำเล่น แต่ว่าไม่รู้ว่าผมคิดไปเองหรือเปล่า หรือว่าเป็นแค่ช่วงนั้นก็ไม่แน่ใจ ผมรู้สึกว่าบริเวณสะพานปลาผมได้กลิ่นน้ำมันนิดๆ ถ้าไม่มีสะพานปลาก็อาจจะไม่มีกลิ่นน้ำมันขนาดนี้ก็ได้ หลังจากที่อาหารมาส่งถึงที่สะพานพวกเราก็ไม่รีรอที่จะจัดการกับเมนูอร่อยเหล่านี้ ทั้งไก่ย่าง คอหมูย่าง ส้มตำ ไข่ปลาหมึกย่าง และอื่นๆๆๆ อาหารที่หาดลุงดำอร่อยครับ โดยเฉพาะส้มตำอร่อยมากๆๆครับ ซึ่งอันนี้ผมเคยได้ยินเพื่อนๆเคยพูดนานแล้วว่าส้มตำที่หาดนี้อร่อย วันนี้ได้มาลองลิ้มชิมด้วยตัวเอง และผมก็ขอยืนยันว่าอร่อยจริงๆครับ คิดแล้วยังอยากไปกินอีก แต่ว่าแพงไปนิดนึงนะครับ ส้มตำจานละ 50 บาท ยังไงใครได้ไปลองแวะชิมดูนะครับเตรียมเงินไปเลย 50 บาทค่าส้มตำ ^^ แต่ว่าพวกอาหารทะเลย่างจะไม่แพงเท่าไหร่ อร่อยดีครับ หลังจากที่ได้ทานอาหารกันอิ่มแล้วก็ได้เดินสำรวจบ้านพักของที่หาดลุงดำดู ก็พบว่าที่นี่มีบ้านต้นไม้ด้วยน่าพักมากเลยครับ สร้างไว้บนต้นไม้ ยังไงผมว่าซักวันนึงผมจะลองมาพักที่นี่ให้ได้ และจะเตรียมเงินเพื่อส้มตำโดยเฉพาะเลยจริงๆนะ หลังจากที่ได้เดินดูโน่นดูนี่ไปซักพัก ก็ได้เวลากลับรีสอร์ทแล้ว คราวนี้ตอนกลับพวกเราก็เดินกลับอีกทาง โดยเดินผ่านเขาเลาะป่าไปเรื่อยๆเพื่อจะไปโผล่ที่รีสอร์ทของเรา อ้อ..ลืมบอกไปจริงๆแล้วรีสอร์ทที่เรามาพัก กับ หาดลุงดำ อยู่ไม่ไกลกันมากมีเขาขั้นกลางนิดหน่อย พวกเราก็เดินตามทางรอยคนเดิน ไปเรื่อยๆจะมีป้ายบอกทางเป็นระยะๆ แต่อาจจะต้องสังเกตให้ดีนิดนึง บางป้ายจะวางบนพื้นและมีใบไม้ล่วงมาบังไว้ ถ้าไม่สังเกตสงสัยว่าจะไม่เห็นแน่ๆเลย พวกเราก็เดินไปเรื่อยๆ ดีนะได้มาทะเลแต่ได้เดินป่าด้วย สนุกดีครับมีให้ปีนป่ายนิดหน่อยพอสนุก เดินไปซักพักก็ไปโผล่ที่รีสอร์ทเราแล้วครับ หลังจากที่มาถึงรีสอร์ทแล้วเราก็ไปหาที่นอนใต้ร่มไม้ บริเวณชายหาด บางคนก็เล่นน้ำทะเลต่อ งานนี้ตัวใครตัวมันอีกแล้วครับ จนดึกก็ถึงเวลาทานรอบดึกอีกแล้ว หุ หุ ดีจริงๆ อาหารมื้อนี้ก็ยังอร่อยเหมือนเดิมครับ ยามค่ำคืนในคืนนี้ก็ไม่มีอะไรต่างจากคืนวาน ทั้งบรรยากาศ เสียงคลื่น เสียงเพลงเบา แสงไฟสลัวๆ ทุกอย่างช่างดีจริงๆ มานั่งนึกว่า 3วัน 2คืนนี่มันเร็วจริงๆ พรุ่งนี้ก็ได้เวลาเดินทางกลับแล้วสิ ไม่อยากเลย เฮ้อ...เอาเป็นว่าคืนนี้หลับดึกหน่อยละกัน จะได้เก็บเกี่ยวบรรยากาศให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ คืนนี้พวกเราก็สนุกสนานเฮฮากันจนดึกดื่น สุดท้ายก็หนีไม่พ้นความง่วง ก็ต้องจำใจเข้านอน |
![]() อย่าถามนะว่าถ่ายมาทำไม เพราะผมเองก็ไม่รู้เหมือนกัน ถนนสำหรับรถวิ่ง ที่พาเราไปสู่จุดชมพระอาทิตย์ จุดชมพระอาทิตย์สวยมากเลย หันมาทางขวาอีกนิดนึงก็ยังสวยเหมือนเดิม แถมยังมีลมพัดเย็นสดชื่นมาก ป้ายบอกทางเข้าอ่าวลุงดำ ดูแล้วน่าจะมีมาตั้งแต่สมัยยุคเรเนซ็อง สะพานปลาที่หาดลุงดำ หาดและบ้านพักที่อ่าวลุงดำ มาดูสะพานปลาใกล้ๆ มีโต๊ะเก้าอี้ให้นั่งทานอาหาร ได้บรรยากาศมากๆ สะพานยาวมากจริงๆครับ เดินไปกระโดดน้ำที่ปลายสะพาน เรื่อน้อยปล่อยไว้เดียวดาย ช่างไม่มีใครข้างกาย ลัล ล้าา บ้านบนต้นไม้ครับ ขอแอบถ่ายหน่อยเพราะยังมีคนพักอยู่เลย ![]() ช่วงที่เรามาถึงจะยังเป็นฤดูฝน แต่ก็โชคดีมากที่ฝนไม่ตกและฟ้าสวย
มองไปมองมา อุ๊ย..แบทแมน
ทางเดินกลับอีกทาง โดยเดินผ่านป่าและเขา เพื่อกลับรีสอร์ท ![]() ป้ายบอกทางเป็นระยะ วางไว้ให้เห็นได้ชัดเจนมากกกก ป้ายนี้พอไหวครับ เล็กไปนิดแต่ดีกว่าป้ายข้างบน
แก้วยังมีคู่ อยู่เคียง ... |
เช้าวันใหม่พวกเราก็ตื่นมาทานอาหารเช้าเหมือนเดิม และก็เดินเล่นซักพัก หลังจากนั้นก็เตรียมเก็บข้าวของ เพื่อกลับแล้ว เวลาแห่งความสุขนี่ช่างผ่านไปเร็วจริงๆ อีกไม่นานก็จะมีเรือมารับเราให้กลับแล้ว...เอ๊ะ..ตอนกลับเราก็ต้องขึ้นแพกลับไปที่เรืออีกนี่นา 555 ตัวใครตัวมันครับ ก้าวดีได้ ก้าวร้ายตกทะเลครับ สุดท้ายแล้ว สรุปว่าผมชอบครับรีสอร์ทนี้คนไม่พลุกพล่าน เงียบสงบมาก แล้วยังไงจะหาเวลามาอีกให้ได้นะครับ อ้อ..สุดท้ายที่ลืมไม่ได้ใครสนใจจะมาเที่ยวที่นี่ก็ไปติดต่อเขาได้เลยครับลองเข้าไปดูที่เว็บเขาได้ครับ http://www.sametvilleresort.com
|
:: Copy Left 2005 by Kapom.com :: |