สวัสดีจ้า..ได้โอกาส update เว็บอีกแล้วดีใจจัง ช่วงนี้เหมือนว่าจะได้เที่ยวบ่อยเลยนะ แต่จริงๆไม่ใช่เลยครับ ที่ update ไปนี่ของเมื่อก่อนๆๆๆมาแล้ว แต่ไม่มีเวลาได้เขียนซะที ตอนนี้พอมีเวลาบ้างก็รีบเขียนเลยดีกว่า แต่ว่าเนื่องจากว่าผ่านเวลามานานไปหน่อยก็เลยอาจจะลืมไปบ้าง ขาดหายรายละเอียดไปเยอะ คงไม่ว่ากันนะครับ ยังไงเดี๋ยวนึกอะไรออกจะมาเขียนเพิ่มเติมอีกเยอะๆเลย มาเข้าเรื่องดีกว่างานนี้ได้ไปเที่ยวก็เพราะว่ามีโอกาสได้ไปสอน โครงการพี่เลี้ยงน้อง ไม่ได้พาน้องผู้หิวโหยไปเลี้ยงข้าวนะครับ แต่เป็นโครงการที่คัดนักศึกษาระดับชั้น ปวส. จากทั่วประเทศมาเพื่อทำการอบรบเกี่ยวกับการทำเว็บไซต์ เพื่อให้มีความรู้เอาไปประกอบอาชีพได้หลังจากที่ได้เข้ารับการอบรม และเนื่องจากว่า มีนักเรียนมาจากหลายจังหวัด เมื่อจบชั้นแล้วก็เลยเกิดโครงการที่น้องๆจัดขึ้นมา คือโครงการ ท่องเที่ยวหนึ่งเดือนหนึ่งจังหวัด อาจจะฟังคล้ายโครงการนึงของรัฐบาล และแล้วเมื่อเกิดโครงการนี้เราก็ได้ไปประเดิมจังหวัดแรก คือจังหวัดสมุทรสงคราม ผ่างๆๆๆๆ เอ้ย... ปั๊ม ปั๊ม ป่าม.... เช้าวันไหนซักวันหนึ่ง ซึ่งผมก็จำไม่ได้แล้ว เราได้นัดกันเดินทาง เนื่องจากว่าระยะทางไม่ไกลเท่าไหร่ ผมจึงตัดสินใจที่จะขับรถไปเอง โดยมีน้องๆที่อยู่จังหวัดอื่น ต้องนั่งรถมาที่กรุงเทพ เพื่อมาพบกับผม และก็ออกเดินทางกัน โดยเรานัดกัน 7.00 น. เมื่อทุกคนมาพร้อมกัน ก็เริ่มออกเดินทาง เราใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง ก็ถึงตัวเมืองสมุทรสงคราม เรานัดเจอน้องๆ เจ้าของจังหวัด(ฟังดูเหมือนเป็นผู้มีอิทธิพลนะ) หรือผู้ที่มีน่าที่รับผิดชอบดูแลพวกเรา เพื่อพาเราเที่ยวนั่นเอง หลังจากเจอกันครับหมดแล้ว เราก็ได้มีโอกาสไปไหว้พระที่วัดวัดเพชรสมุทรวรวิหาร ซึ่งเป็นสถานที่เรานัดเจอกันนั่นเอง หลังจากที่เราได้ไหว้พระ เสี่ยงเซียมซี ทำบุญ กันเสร็จแล้ว ก็เริ่มเดินทางเข้าที่พักกันก่อน งานนี้ทางน้องๆได้จัดที่พักให้เป็นบ้านคนรู้จักกันครับ เรียกว่าโฮมเสย์ละกันนะครับ ฟังดูดี หลังจากที่พวกเราเก็บข้าวของเสร็จแล้ว น้องไกด์ตัวน้อยของเราก็พาเราไปหาข้าวทาน ตอนนั้นเวลาก็เกือบจะเที่ยงแล้ว ผมไม่รู้ว่าน้องเขาพาไปร้านไหนครับ เพราะเป็นร้านธรรมดาๆอยู่ข้างทาง แต่ว่าที่นี่ทำเร็วมาก ถึงขนาดว่าหันไปสั่งแล้วหันกลับมาดูเมนู แล้วจะหันกลับไปเปลี่ยนเมนู ไม่ทันแล้วครับเขาทำไปแล้วเกือบเสร็จแล้วด้วย 555 เร็วจริงๆ แต่ถึงแม้ว่าจะเร็วยังไงก็ตาม อาหารก็อร่อยมากครับ เมื่อทานเสร็จแล้วก็เริ่มเดินทางได้แล้วครับ เริ่มต้นเราก็เดินทางไป วัดค่ายบางกุ้ง ก่อนเลยเป็นหนึ่งใน unseen in thailand ซึ่งก็คืออุโบสถ(เขาเรียกยังงี้หรือเปล่า)ที่มีต้นโพธุ์ปกคลุมทั้งอุโบสถ หลังจากที่เราได้กราไหว้เสร็จแล้วก็ ไปให้อาหารปลากัน ปลาที่นี่ตัวใหญ่ๆทั้งนั้น ล้วนแต่อวบอิ่มเพราะได้อาหารดี.. (อย่าคิดมากกว่านี้นะเดี๋ยวบาป) เมื่อเราให้อาหารปลาเสร็จแล้วถ่ายรูปกันพอเป็นพิธีก็เดินทางต่อ จากนี้เพื่อไปอุทยานแห่งชาติ ร.2 ระหว่างทางเราเจอวัดไหนเราก็แวะเข้าไปกราบไหว้ไปซะทุกที่ เล่นเอาทำบุญไหว้พระ 9 วัด ยังอาย เพราะงานนี้จำไม่ได้แล้วว่าไปกี่วัด วัดไหนปิดซ่อมอุโบสถเราก็ยืนไหว้ข้างนอก จนเราไปถึงที่อุทยานแห่งชาติ ร.2 จากที่นี่เราก็ได้เดินดู ภายในอุทยาน รวมทั้งได้จับจ่ายซื้อของ ที่นี่จะมีของกิน อาหาร และ ขนมไทยๆ มากมาย ภายในอุทยานก็มีหลายจุดให้เราไปเดินชม ทั้งรูปปั้นต่างๆ และภายในบ้านทรงไทย ที่นี่อากาศดีมากครับ มีลมพัดเย็นสบายดี แม้ภายนอกอากาศจะร้อนก็ได้ เล่นเอาพวกเราเกือบผลอยหลับกันไปเป็นแถว จนเมื่อเวลาเริ่มเย็นพวกเราก็เดินทางต่อไปเพื่อจะไปตลาดน้ำอัมพวา วินาทีแรกที่ผมได้ก้าวเข้าสู่บริเวณตลาดน้ำอัมพวา ผมรู้สึกประทับใจมาก มันเป็นสถานที่ ที่ผมรู้สึกว่าทำให้ชีวิตดูแล้วสงบสุข ดูทุกคนเป็นมิตร ผมหันไปมองเรือมากมายที่จอดรอ เพื่อขายอาหารต่างนาๆมากมายหลายชนิด ทั้งขนมทั้งอาหารคาวหวาน ผัดไทย ก๋วยเตี๋ยว และยังมีอีกมากมายให้เราได้เลือกทาน เวลาที่เราซื้อเขาจะมีสายโยงตะกร้าเล็กๆ ผูกกับเรือเข้าหาฝั่ง เมื่อเราจะทานอะไรเราก็ตะโกนบอกแม่ค้าที่นั่งในเรือที่จอดติดๆกันเป็นแถว เขาก็จะจัดการตักอาหารใส่พาชนะ แล้วก็เอาใส่ตะกร้า จากนั้นก็สาวๆตะกร้าขึ้นมาให้เราที่ฝั่ง เมื่อเราได้แล้วก็เอาเงินใส่ในตะกร้าเล็กๆ ให้เขากลับไป รสชาติอาหารที่นี่ก็มีตั้งแต่ ธรรมดาๆ ไปจนอร่อย ถ้าใครไปก็ลองเลือกทานเอาเองละกันนะครับ ไม่บอกหรอกว่าอะไรอร่อยบ้าง 555 แต่ถึงแม้จะเป็นอาหารธรรมดาก็ตาม แต่ด้วยบรรยากาศที่ดีทำให้เราเจริญอาหารมากและรู้สึกว่ามันอร่อยจริงๆ นอกจากจะมีอาหารขายที่อยู่ในเรือแล้วรอบๆบริเวณนั้น ก็ยังมีอาหารขายมากมาย เหมือนเป็นตลาดกลางคืน ซึ่งส่วนใหญ่แล้ว ก็ล้วนแต่เป็นของทานทั้งนั้น งานนี้ผมคงต้องเลือกแล้วครับว่าจะทานอะไรบ้างเพราะว่ามีของน่ากินเยอะแยะไปหมด จนดึกประมาณสองทุ่มเราก็ได้ไปขึ้นเรือเพื่อชมหิ่งห้อยยามกลางคืน ผมจำราคาไม่ได้แล้วครับ แต่รู้ว่าไม่แพงครับ เรือที่พาเราไปก็เป็นเหมือนเรือหางยาวลำไม่ใหญ่มากนั่งได้แถวละ 2 คน พวกเราไปกันประมาณ 11 คนก็เหมาทั้งเรือไปเลย เรือจะขับพาเราผ่านไปเรื่อยๆ ผ่านชุมชนริมคลอง ดูวิถีชีวิตชาวบ้านที่อาศัยอยู่ริมคลอง ลมยามกลางคืนอากาศเย็นๆที่มีกระทบผิวเรา เวลานี้มันทำให้ผมรู้สึกสดชื่นมากทีเดียว พอเรานั่งเรือไปซักพัก ผ่านช่วงชุมชนบ้านคน เราก็เริ่มเข้าสู่บริเวณแม่น้ำใหญ่ ผมไม่แน่ใจว่าแม่น้ำอะไร แต่บริเวณนั้นจะมีต้นลำพู(เขียนถูกไหมหว่า) ขึ้นอยู่มากมาย และบริเวณนั้นจะมืดมากทำให้เรามองเห็นหิ่งห้อยมากมายที่ ส่องแสงแข่งกันอยู่บนต้นไม้ พวกเราได้แข่งกันมองหาหิ่งห้อยตามจุดต่างๆ จุดโน้น จุดนี้ มีมากๆ มีให้เห็นมากจริงๆครับ มากกว่าที่ผมคิดไว้เยอะเลยครับ เราใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง (ถ้าจำไม่ผิด) ก็กลับมาถึงที่ตลาดอีกครั้ง ตอนนี้เวลาประมาณ 3 ทุ่มกว่าๆแล้ว บรรดาเรือแม่ค้าก็เริ่มบางตาไปมาก ผู้คนก็เริ่มบางตาไปเยอะ เราก็เดินทางกลับบ้านพัก นับว่าวันเดียวแต่ใช้เวลาคุ้มมากจริงๆ |
![]() น้องไกด์ของเรานั่นเอง ภาพนี้ถ่ายภายใน อุทยานแห่งชาติ ร.2 ![]() บริเวณทางเข้าวัดค่ายบางกุ้งครับ ที่นี่เอง 1 ใน Unseen in Thailand เมื่อมาถึงแล้วถ้าไม่กราบไหว้ก็เท่ากับว่ามาไม่ถึง ไม่รู้ว่าเรียกว่าอะไร แต่ผมเรียกว่าทำบุญหยอดเหรียญ ![]() ถ่ายรูปภายในอุโบสถ ![]() บ้านทรงไทยที่เป็นพิพิธพันธ์ ภายในอุทยานแห่งชาติ ร.2 ![]() ภายในอุทยานก็จะมีร้านค้าเต็มไปหมด
ร้านค้าใต้พิพิธพันธ์ ![]() เย้ๆๆ ไม่เคยเข้ากล้อง อ้าๆ...นั่นแหละๆเกาตรงนั้นแหละใช่เลย ดูซิแยกไม่ออกเลยว่าอันไหนรูปปั้นอันไหนคนจริง ทำไมตรงปิ๊กกะจูมันถึงสะอาดสะอ้านแบบนี้ไม่มีฝุ่นจับเลย น่าจะชื่อว่าเรือประพาสอุทยานนะครับ เดาเอาเอง ดูให้ชัดๆอีกครั้ง เอาเรือมาตั้งบนบก โอ้...สวยจริงๆ เรือนะครับ ทางเข้าตลาดน้ำอัมพวาครับ นั่งกินก๋วยเตี๋ยวกันเป็นแถว ช่วงที่เราเพิ่งมาถึงจะยังมีของขายไม่มาก ![]() เดินจับจ่ายซื้อของเพื่อเตรียมขึ้นเรือ เรือออกแล้วๆๆ มืดไปหน่อยครับ |
เช้าวันใหม่เราก็ตื่นเช้ากัน...หรือเปล่า...วันนี้เราก็ได้ไปเที่ยวที่ดอนหอยหลอด ไหนๆก็มาถึงแล้วก็เอาซักหน่อย ลงไปจับหอยหลอดกันซะหน่อย เดินไปไม่ทันไรก็ได้หอยหลอดมาแล้วครับ(หมายถึงซื้อเขากินนะครับ) เดินไปอีกซักพักก็ได้หอยหลอดอีกแล้ว(กระเทยด่ากัน) เดินต่อไปอีก....คราวนี้ของจริงครับ ที่บริเวณจุดที่จะจับหอยหลอดเราต้องนั่งเรือหางยาวออกไปนิดหน่อยครับ ที่นี่จับได้ทั้งหอยหลอดและหอยตลับ ถ้าใครจะจับหอยหลอดก็ต้องซื้อปูนขาวติดมือไปเพื่อเอาไปหยอดรูหอย และถ้าใครจะจับหอยตลับก็ให้เตรียมคลาดเล็กๆไปด้วย สงสัยว่าพวกเราจะทำบาปไม่ขึ้นครับ จับหอยหลอไม่ได้เลย แถมยังแดดแรงมาก ใครที่กลัวผิดเสียผมไม่แนะนำครับ ไปหาซื้อกินเอารวดเร็วและอร่อยกว่าครับ หอยหลอดซักตัวช่างหายากจริงๆ ตอนลงเรือมาก็คุยกันว่าใครไม่ได้ถึง20ตัวห้ามกลับ...สงสัยจะไม่ได้กลับซักคน แต่ว่าถึงแม้หอยหลอดจะหายากแต่หอยตลับหาง่ายมากครับ เห็นคนอื่นเขาเอาคลาดที่เด็กๆเอาไว้เล่นทรายไป ขุดๆหน่อยก็ได้แล้วครับ หิ้วกลับไปเป็นถังๆเลย อะไรจะเยอะขนาดนั้น หลังจากที่เราได้หาหอยไปซักพักเริ่มเบื่อเพราะหาไม่ได้ ก็กลายเป็นสงครามโคลนแทนครับ ไม่รู้ว่าใครเริ่มก่อนแต่...ตัวใครตัวมันครับ งานนี้สอนให้ผมรู้ว่าแม้จะเป็นมิตรกันเพียงใดก็หักหลังกันได้ครับ ^^" หลังจากที่พวกเราเหนื่อยกันเต็มที่ก็ได้เวลาเดินทางกลับแล้วครับ เมื่อนั่งเรือมาถึงที่ฝั่งแล้วก็รีบไปล้างเนื้อล้างตัวกัน ผู้คนคงตกใจว่าไปหาหอยหรือไปทำสงครามมากันแน่ๆ เมื่อล้างเนื้อล้างตัวเสร็จพวกเราก็เดินทางกลับบ้านพักเพื่อเก็บข้าวของเดินทางกลับครับ ผมรู้สึกได้ว่านี่เป็น2วันที่คุ้มค่ามากเพราะว่ามีไกด์ที่ชำนาญทางพาเราลัดซอยโน้นออกซอยนี้ไปโผล่ตรงโน้นตรงนี้ ถ้าถามผมว่าจะไป ต้องไปยังไงสงสัยจะตอบไม่ได้ครับ เพราะซอยมันเยอะเกินหน่วยความจำในสมองของผมครับ เอาเป็นว่าที่สมุทรสงครามยังมีอะไรน่าเที่ยวอีกมากครับ ลองมาเที่ยวดูนะครับ ผมคงช่วยได้เท่านี้ ^^" งวดนี้มีรูปมาน้อยไปหน่อยนะครับเพราะว่า ผมไม่ได้เอากล้องไปด้วย ก็ต้องหายืมกล้องคนแถวๆนั้น ใช้ได้ไม่นานแบ็ตก็หมด ถ่ายได้สุดๆแค่ตอนออกเรือก็หมดแล้ว น่าเสียดายจริงๆครับ เอาไว้ถ้าได้มีโอกาสไปอีกจะถ่ายรูปมาเพิ่มให้อีกนะครับ |
:: Copy Left 2005 by Kapom.com :: |